ตำนานเจ้าแม่เขาสามมุก

เมื่อได้พูดถึงลิงกันแล้วนั้นหลายคนคงจะคิดถึงลิงที่ลพบุรีอย่างแน่นอนกันช่ไหมแต่ไม่ใช่ลพบุรีแต่เราจะมาพูดถึงลิงที่ชลบุรีกันต่างหากสถานที่แห่งนี้มันก็จะมีเขาอยู่แห่งหนึ่งที่จะมีลิงอยู่เยอะมากและลิงพวกนี้เขาก็จะมีเจ้าแม่ออกมาคุ้มด้วยคือจะเป็นลิงเจ้าแม่ถ้าหากว่าใครไปทำร้ายหรือว่าลักพาลิงพวกนี้ก็ว่ากันว่าจะเกิดอาเพศแปลกๆเกิดขึ้นอย่างเช่นล้มป่วยหรือบางทีก็มีเรื่องวายป่วงกันทั้งครอบครัวเลย

ซึ่งสถานที่แห่งนี้ก็ได้มีชื่อว่าศาลเจ้าแม่เขาสามมุกตั้งอยู่บนเขาสามามุกบริเวณบ้านอ้างศิลาแล้วก็หาดบางแสนโดนชาวประมงที่อาศัยอยู่ในแถบนั้นเขาก็จะให้ความเคารพเป็นอย่างมากคือนอกจากเจ้าแม่จะดูแลลิงแล้วและก็ยังดูแลชาวประมงให้แคล้วคลาดปลอดภัยในช่วงกำลังเดินเรือด้วย

แต่ทว่าทำไมองค์เจ้าแม่ถึงได้มีอิทธิฤทธิ์อะไรถึงขนาดนี้ได้ว่ากันว่าในสมัยอยุธยาตอนปลายที่นี้ก็จะมีหญิงสาวที่ได้อาศัยอยู่ภายในกระท่อมแบบยากจนคนหนึ่งที่มีชื่อว่านางสามมุกแต่ว่าเธอนั้นได้เป็นหญิงสาวที่มีหน้าตาดีมากๆก็เลยไปถูกต้องตากับชายหนุ่มผู้หนึ่งที่เป็นลูกกำนันมีนามว่าแสนเข้าทั้งสองก็ได้เดินทางมาที่ยอดผาแห่งนี้และก็ได้ทำคำมั่นสัญญาณกันว่าจะรักกันไปชั่วนิจนิรันดรหากใครโกหกกขอให้มากระโดดฆ่าตัวตายกันที่แห่งนี้เลย

นอกจากนั้นหลังจากที่ได้ทำการสสาบานกันเสร็จชายหนุ่มผู้นั้นก็ได้ให้แหวนวงหนึ่งแทนคำมั่นสัญญาณกับหญิงสาวเอาไว้ก็ไม่รู้ว่าจะไปผูกมัดตัวเองเอาไว้ทำไมเพราะว่าต่อมาทางพ่อของชายหนุ่มที่เป็นคนมีเงินเขาก็แบบว่ามีหน้ามีตาในสังคมไม่อยากให้ลูกชายตัวเองไปคบกับสาวป่าบ้านไร่ที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่ไหนก็ไม่รู้ก็เลยพยายามที่จะแยกคู่นี้ออกโดนทำการหาเมียใหม่ให้ลูกและให้แต่งงานกันสะเลยจะได้ตัดปัญหา

เมื่อแม่นางสามมุกเธอได้ยินดังนั้นเธอก็เสียใจแต่ว่าทำอะไรไม่ได้ก็ได้แต่ไปร่วมงานเจ้าบ่าวพอถึงตอนรดน้ำสังข์เท่านั้นแหละในระหว่างที่กำลังรดน้ำสังข์อยู่นั้นผู้บ่าวก็ได้เห็นแหวนอยู่บนนิ้วของแม่นางก็นึกขึ้นได้ว่าเคยให้คำสาบานเอาไว้จากนั้นยังไม่ทันใดแม่นางก็วิ่งไปที่หน้าผาแล้วตัดสนใจกระโดหน้าผาตาย

ดังนั้นเมื่อผู้บ่าวได้มาเห็นก็เกิดเศร้าใจเป็นอย่างมากเลยก็เลยกระโดนหน้าผาตายตามไปว่ากันว่าหลังจากนั้นมาชาวบ้นก็มักจะเห็นเงาหญิงสาวผู้หนึ่งที่คอยมาปรากฏตัวอยู่แถวนี้ตลอดเลยทำให้เขาต้องสร้างศาลขึ้นมาศาลหนึ่งเพื่อจะให้หญิงสาวผู้นี้ได้มาอยู่เปนหลังแหล่งของตัวเองและยกให้นางเป็นเจ้าแม่แห่งเขาสามมุมส่วนผู้ชายที่ชื่อว่าแสนก็ได้ติดเอาไว้อยู่ด้านล่างชายหาดบางแสนนั้นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  หวยออนไลน์บาทละ 1000

โพสท์ใน ตำนาน | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ตำนานเจ้าแม่เขาสามมุก

เรื่องราวของมะเขือเทศ

ซึ่งในอดีตนั้นมะเขือเทศเคยเป็นผลไม้ที่คนเขาเชื่อกันว่าถ้าได้กินเข้าไปแล้วจะทำให้ตายในช่วงศตวรรษ1700ชาวยุโรปกลัวการกินมะเขือเทศมากๆในสมัยนั้นมะเขือเทศได้มีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่าแอปเปิ้ลพิษเพราะว่า

เนื่องจากว่ามีคนชนชั้นสูงจำนวนมากที่มีอาการป่วยแล้วก็เสียชีวิตกันไปเป็นจำนวนมากเพราะการกินมะเขือเทศแต่ในความเป็นจริงแล้วเพราะว่าเศรษฐีชาววยุโรปได้มีการนำเอาจานที่ประกอบไปด้วยพัสดุที่ทำมาจากดีบุกและมันก็ได้มีส่วนผสมของตะกั่วอยู่นั่นเองมะเขือเทศมันมีความเป็นกรดที่สูงมาก

เมื่อใครก็ตามได้นำเอามันไปวางเอาไว้บนจานมันจึงได้กักเอาสานตะกั่วออกมาจึงทำให้ผู้ที่ได้รับประทานมะเขือเทศได้รับสารตะกั่วเข้าไปภายในร่างกายจนเกินปริมาณจนบางลายนั้นเสียชีวิตและบางลายก็เข้าโรงพยาบาลถึงขั้นว่านอนอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่หลายคืนกันเลย

นอกจากนี้ผู้คนจึงได้โทษว่านี้มันเป็นเพราะว่ามะเขือเทศแน่ๆที่มันได้ทำให้คนตายขนานนี้และในการกินมะเขือเทศมันก็ไม่ได้รับการนิยมเพราะเนื่องจากว่ามะเขือเทศในสมัยก่อนนั้นผู้คนได้ปลูกเอาไว้เป็นไม้ประดับจนกระทั่งเมื่อปี1808นายพลโรเบิร์ตกิ๊บล่อนจอห์นสันแห่งซาเล็มเป็นคนที่ชอบกินมะเขือเทศมาตั้งแต่เด็กแล้วคนนี้เขาได้ประกาศว่าจะให้รางวัลกับผู้ที่ปลูกมะเขือเทศใครที่ได้ผลที่ใหญ่ที่สุด

ปรากฏว่านเวลานั้นผู้คนไม่มีใครกล้าที่จะปลูกเลยเพราะว่าเชื่อกันว่าเจ้ามะเขือเทศมันเป็นผลไม้ที่มีพิษและอีกอย่างหนึ่งมันเป็นไม้ประดับมันกินไม่ได้โดยชาวคนดังกล่าวเขาก็รู้สึกหงุดหงิดทำไมมันถึงจะกินไม่ได้ทั้งๆที่ขานั้นได้กินมันมาตั้งแต่เด็กแล้วเขาจึงได้กินมะเขือเทศโชว์ให้ทุกคนได้ดูว่ามะเขือเทศนั้นมันกินได้กิน

ดังนั้นผู้คนที่ได้เข้ามาดูเขากินเขือเทศมากกว่าสองพันคนในตอนนั้นก็หวังว่าเขาจะค่อยๆตายจากการกินมะเขือเทศชายดังกล่าวก็ได้กินมะเขือเทศทีละลูกโชว์ทุกคนดูเป็นพยานเลยว่าการกินมะเขือเทศในครั้งนี้มันจะทำให้เขาตายหรือไม่

โดยชายคนดังกล่าวก็ได้กินลูกที่หนึ่งผ่านไปลูกที่สามผ่านไปชายดังกล่าวไม่ตายแล้วเขานั้นก็ไม่ได้เป็นอะไรเลยนี่มันคือเป็นจุดเริ่มต้นทำให้ชาวอเมริกันได้หันมากินมะเขือเทศกันมาขึ้นต่อมามะเขือเทศก็ได้รับความนิยมจากการกินของชายคนนี้ในตอนนั้นก็ได้มีการทำตำราสูตรอาหารที่ได้ทำมาจากมะเขือเทศรวมไปจนถึงสุตรการปลูกเพราะมะเขือเทศมากถึง17สูตรกันเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์ ถูกกฎหมาย

โพสท์ใน ตำนาน | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน เรื่องราวของมะเขือเทศ

พระถังซำจั๋งมีตัวตนจริงๆหรือไม่

สามก๊กนั้นถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสี่ของวรรณกรรมของประเทศจีนส่วนอีกสามสุดยอมวรรณกรรมมีอะไรบ้างและสามสุดยอดวรรณกรรมของประเทศจีนนี้ก็ประกอบไปด้วย ซ้องกั๋ง ความฝันในหอแดง และ ไซอิ๋ว เราเชื่อว่าคนไทยหลายคนคงจะเคยได้รับชนภาพยนตร์หรือว่าจะเป็นซีรี่ส์หรือว่าจะเคยได้อ่าน วรรณกรรมไซอิ๋ว

ซึ่งเราขอบอกเลยว่าเป็นวรรณกรรมที่เราชื่นชอบเป็นอย่างมากในไซอิ๋วนั้นเป็นเรื่องราวการบันทึกการเดินทางไปยังดินแดนทางด้านตะวันตกของประเทศจีนหรือว่าชมพูทวีปผู้ที่เดินทางไปก็คือ พระถังซำจั๋ง และ พระถังซำจั๋งท่านก็เป็นพระรูปหนึ่งที่มีความตั้งใจเป็นอย่างมากที่จะไปแสวงบุญแล้วก็ไปอัยเชิญพระไตรฎกจากชมพูทวีปกลับมาสู่ประเทศจีน

เรียกได้ว่าเป็นภาระกิจที่สำคัญอย่างยิ่งโดยได้มี ซุนหงอคง ตือโป๊ยก่าย แล้วก็ ซัวเจ๋ง เป็นสิ่งมีชีวิตแต่ว่าสามตนที่คอยปกปักรักษาคอยช่วยป้องกันไม่ให้มีปีศาจเข้ามาตามวรรณกรรมแต่ในความเป็นจริง พระถังซำจั๋ง มีตัวตนจริงๆหรือไม่ในทางประวัติศาสตร์พระถังซำจั๋งคือใครและพระถังซำจั๋งมีวัตถุประสงค์ใดจึงได้มีการเดินทางไปยังชมพูทวีป

พระถังซำจั๋ง ในประวัติศาสตร์จริงมีชื่อว่า พระเสวี๋ยนจั้ง  โดยพระพระเสวี๋ยนจั้ง นั้นเติบโตขึ้นมาออกบวชตั้งแต่อายุ20ปี

เมื่อท่านได้ออกบวชก็เป็นช่วงที่พระพุทธศาสนานั้นได้มีการเข้าเผยแพร่จากประเทศอินเดียโดยมีพระภิกษุชาวอินเดียนั้นได้นำเอามาเผยแพร่ช่วงระยะเวลาหนึ่งเป็นที่เรียบร้อยแล้วทำให้ในผืนแผ่นดินจีนเริ่มมีการนับถือศาสนาพุทธมากยิ่งขึ้น

ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาได้ทราบกันดีว่าลัทธิขงจื้อมีอิทธิพลเป็นอย่างมากในผืนแผ่นดินจีนแต่เมื่อพระภิกษุชาวอินเดียนั้นได้ออกมาเผยแพร่แล้วปรากฏว่าชาวจีนจำนวนมากมายมหาศาลรวมไปถึงจักรพรรดิของประเทศจีนและพระญาติต่างๆก็มีความศรัทธาแล้วก็มีความเลื่อมใสในพุทธศาสนามากยิ่งขึ้น

ซึ่งทำพระพุทธศาสนาได้มีการเติบโตเป็นอย่างมากในประเทศจีน พระเสวี๋ยนจั้ง  ออกบวชตั้งแต่อายุ20ท่านมีความสนใจในพระพุทธศาสนาอย่างยิ่งท่านมีคำถามในใจที่ต้องหาคำตอบท่านก็ได้ศึกษาคงความรู้ต่างๆทางศาสนาพุทธที่พอจะหาได้ในประเทศจีน

นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายคำถามที่องค์ความรู้ในขณะนั้นไม่สามารถตอบคำถามของท่านได้ท่านเลยมีความตั้งใจเป็นอย่างมากที่จะออกเดินทางไปยังทวีปอินเดียไปยังมหาวิทยาลัยที่ชื่อว่า นาลันทา 

เนื่องจากเหตุผลที่ท่านต้องการจะไปก็เพราะว่าท่านอยากจะไปศึกษาพระไตรปิฎกจริงๆแล้วเรียกได้ว่าเป็นแหล่งในการเรียกรู้พระพุทธศาสนาอย่างจริงจังเลยทีเดียว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ขายหวยออนไลน์

โพสท์ใน ตำนาน | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน พระถังซำจั๋งมีตัวตนจริงๆหรือไม่

ทังก้าโบราณ

สำหรับข้อมูลของทังก้าเบื้องหลังภาพลักษณ์ของดินแดนใต้หลังคาโลกที่ดูเหมือนว่ามันจะเป็นสวรรค์ของชาวพุทธแทนที่จริงแล้วมันแอบแฝงเอาไว้ในอดีตที่สุดโหดร้ายเอาไว้ตั้งแต่ความขัดแย้งทางการเมืองความเหลื่อมล้ำของชนชั้นต่างๆตั้งแต่ไพร่และทาส

โดยจนมาถึงการแทรกแซงของรัฐบาลคอมมิวนิสต์จีนเอาจริงๆก่อนหน้านั้นจีนก็ได้มีการแอบปกครองทิเบตอย่างลับๆแล้ว

ซึ่งในภายหลังพรรคคอมมิวนิสต์จีนก็ได้เข้ามาปฏิวัติแล้วก็เข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบนายทาสยกเลิกทาสต่างๆในทิเบตมีการกล่าวถึงชาวทิเบตในสมัยก่อนโดยนักมานุษยวิทยาชาวนอร์เวย์ผู้หนึ่งเขาได้ศึกษาสภาพสังคมว่ามันเป็นสังคมที่มีลักษณะที่ความเป็นวรรณะคล้ายๆกับอินเดีย

นอกจากนี้ทิเบตเขาก็จะแบ่งออกเป็น3วรรณะก็คือหนึ่งชนชั้นสูงแล้วก็ขุนนางชนชั้นนี้จะเป็นชนชั้นที่มีจำนวนน้อยมากที่สุดแต่ว่าจะเป็นชนชั้นที่ได้อยู่เหนือที่สุดแล้วก็มีอำนาจในการปกครองทิเบตอย่างจริงคนกลุ่มนี้ก็จะได้แก่พวกเจ้าขุนมูลนายต่างๆที่ได้สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณแล้วก็จะมีข้าราชการชั้นสูงรวมไปถึงบรรดาพระสงฆ์องค์เจ้าด้วยและแน่นอนเหล่าลามะด้วยเช่นกัน

ส่วนชนชั้นที่สองก็จะเป็นชนชั้นกลางก็คือผู้ที่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินของตนข้าราชการลำดับล่างๆมาหน่อยก็ผู้เสียภาษีผู้มีอันจะกินแต่ถ้าหากว่าเสียกรรมสิทธิ์ของตนเองชนชั้นเหล่านี้ก็อาจจะถูกเทลงไปในชนชั้นต่อไปได้นั่นก็คือชนชั้นล่าง

ซึ่งก็ได้มีคำจำกัดความว่าเป็นผู้ที่ไม่ได้มีดินแดนเป็นของตนหรือว่าประกอบอาชีพที่มองว่าเขานั้นสกปรกอย่างเช่นคนงานเชือดเนื้อในโรงสัตว์คนขายเนื้อช่างตีเหล็กสัปเหร่อเพชรฆาต

นาอกจากนั้นเหล่าไพร่ฟ้าประชาชีตาดำๆที่อยู่ติดตีนทั้งหลายรวมไปถึงทาสก็ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มนี้ด้วยเช่นกันโดยสังคมที่ได้มีการใช้ระบบวรรณะแบบนี้เราก็จะรู้ๆกันอยู่ว่าน่าที่ความแตกต่างแล้วก็การปฏิบัติจะถูกแยกออกได้อย่างชัดเจนดั่งที่เราได้เห็นกันในประเทศอินเดีย

ดังนั้นโดยคนชนชั้นล่างก็จะไม่สามารถที่จะพูดอะไรได้ถ้าคนที่เหนืออยู่บอกให้ทำอะไรก็คือต้องทำนั่นก็เลยนำมาสู่เรื่องราวของเคราะห์กรรมของคนเหล่านี้ที่จะต้องถูกจับนำเอามาเป็นสินค้าโอทอปทางศาสนามันเคยมีข่าวลือถึงขั้นว่าเหล่าลามะต่างๆที่จะสามารถสั่งตัดแขนตัดขาของคนชนชั้นทาสหากคนเหล่านี้ไม่เชื่อฟังหรือว่าชาวนาคนไหนส่งอาหารหรืออะไรต่างๆไม่ทันก็จะซวยเช่นเดียวกันนี่เราได้พูดถึงเรื่องราวในสมัยก่อนเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้วไม่ควรเอามาดราม่ากันในสมัยนี้กัน

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ

โพสท์ใน ตำนาน | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ทังก้าโบราณ

เรื่องราวของ Steve Jobs

สำหรับเบื้องหลังที่แสนดราม่าของSteve Jobsบุคคลที่มีความสำเร็จหลายๆคนของโลกนี้เขาก็ไม่ได้มีต้นทุนชีวิตที่ดีๆไปมากกว่าใครหลายๆคนหรอกบางคนถือได้ว่าแย่กว่าเราอีกด้วยซ้ำอย่างเช่นSteve Jobsเองเขาก็เป็นหนึ่งในคนนั้นเพื่อนๆรู้หรือไม่ว่าพ่อและแม่ของเขานั้นเป็นใครหลายๆคนอาจจะคิดว่าเขานั้นเป็นคนอเมริกันแท้ๆ

ซึ่งที่จริงแล้วSteve Jobsเขาเป็นลูกชายของชาวอพยพจากซีเรียสคนหนึ่งที่ได้ลี้ภัยมาลงยังอเมิรกาเสร็จแล้วก็ได้ไปพบรักกับแม่สาวนางหนึ่งเธอได้เป็นลูกครึ่งเยอรมันกับสวิตเซอร์แลนด์

จนกระทั่งต่อมาทั้งคู่ก็มีพยานรักออกมาก็คือSteve Jobs นั้นเองแต่ปัญหาก็คือในช่วงที่ทั้งคู่ได้มีSteve Jobsออกมานั้นพวกเขายังเรียนไม่ทันจบบวกกับทางครอบครัวของฝ่ายหญิงก็ไม่ค่อยชอบฝ่ายชายเท่าไหร่สุดท้ายแล้วเขาก็เลยต้องทิ้งSteve Jobsให้เป็นเด็กกำพร้าไป

ซึ่งต่อมาก็ได้มีสองสามีภรรยาตะกูล Jobsได้เข้ามารับเลี้ยงเขาและก็ทำให้เขานั้นได้นามสกุลนี้ไปแต่สองสามีภรรยาคู่นี้ก็ไม่ใช่คนที่เรียนเก่งอะไรทั้งสองยังไม่จบมหาลัยด้วยซ้ำ

นอกจากนี้มันก็แสดงให้เห็นว่าคนเราจะประสบความสำเร็จอะไรก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีต้นทุนชีวิตที่ดีตาบใดที่เรายังมีความพยายามและสมองนั่นเองก่อนที่เขานั้นจะมาถึงจุดๆนี้Steve Jobsเขาก็เจอเรื่องดราม่าในหลายๆอย่างตั้งแต่การโดนไล่ออกจากบริษัทของตัวเองจนกระทั่งมีปัญหากับภรรยาแล้วก็ลูกสาวโดยเขามีลูกสาวคนหนึ่งก็จะมีดราม่าตบตีกันไป

เนื่องจากนี้ Steve Jobs เขาก็เป็นคนที่ค่อนข้างหัวร้อนหลายๆคนที่ได้รู้จัดกับSteve Jobsเพียงแค่ได้เห็นภาพของเขานั้นก็อาจจะเป็นผู้ชายที่มีความสุขุมแต่รู้หรือไม่ว่าเขาก็มีข้อเสียอยู่หลายอย่างกับการที่เป็นคนหัวร้อนอย่างเดียวแล้วก็ไม่ใช่หัวร้อนแบบธรรมดาบางทีเขาก็หัวร้อนในงานที่กำลังเซ้นงานของเขาเลยทีเดียว

ซึ่งถ้าใครได้ทำงานกับเขาแล้วต้องขอบอกเลยว่ามันเป็นอะไรที่มีความกดดันเป็นอย่างมากมีเรื่องเล่าครั้งหนึ่งในตอนที่เขาได้ไปออกแบบไอพอดมาใหม่ๆSteve Jobsเขาก็ได้ให้โจทย์ว่ามันจะต้องเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีลักษณะเล็กๆคนที่ออกแบบก็ไปเอาออกแบบมาเล็กมากที่สุดเท่าที่เขานั้นจะทำได้แต่พอได้นำเอามาเสนอSteve Jobsก็ทำหน้าหงุดหงิดไม่พอใจ

โดยได้บอกว่ามันใหญ่ก่อนไปคนออกแบบเขาก็เลยโมโหว่ามันใหญ่ตรงไหนนี่มันเล็กมาที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วSteve Jobsก็เลยหยิบไอพอดที่คนนั้นได้ออกแบบมาแล้วเดินไปที่ตู้ปลาเสร็จแล้วก็เอามันใส่ตู้ปลาไปเลยเสร็จแล้วมันก็มีฟองอากาศและSteve Jobsบอกว่ามันยังมีช่องว่างอยู่

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  alpha88

โพสท์ใน ประวัติศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน เรื่องราวของ Steve Jobs

เรื่องการเมืองคลีโอพัตตราจึงเอาตัวเองเข้าแลก

คลีโอพัตตราได้ขึ้นมามีบทบาทในอียิปต์ครั้งแรกหลังจากที่แม่ของเธอนั้นได้สิ้นชีวิตคลีโอพัตตรานั้นเธอได้แจ่งงานกับพ่อของเธอที่จริงแล้วมันก็ไม่เชิงแต่งงานหรอกแต่ชาวอียิปต์เขาเชื่อว่าบัลลังก์จะต้องมีคู่กับราชนีแล้วก็ราชวงศ์อียิปต์ในสมัยก่อนเขาก็ไม่นิยมที่จะเข้าคนนอกขึ้นมาเป็นราชวงศ์

ดังนั้นถ้าจะหาคนมาเป็นพระราชนีหรือพระราชาองค์ต่อไปเขาก็เลือกเอาภายในบ้านของตัวเองนี่แหละหลังจากนั้นพ่อของคลีโอพัตตราก็ก็ได้เสียชีวิตลงและแล้ววงจรอุบาทเดิมก็เริ่มขึ้นพระนางก็ได้เอาน้องชายของตัวเองที่มี10ขวบขึ้นมาเป็นผัวของตัวเองด้วยอำนาจที่มีอยู่ในมือของนางหลังจากนั้นไม่นานน้อยชายของเธอก็ได้เสียชีวิตลงเรื่องนี้เราไม่รู้ว่าเธอได้ไปทำอะไรหรือเปล่า

นอกจากนั้นเธอก็ได้เอาน้องชายของเธอที่เป็นคนเล็กอีกคนขึ้นเป็นมาเป็นผัวอีกทีหนึ่งแต่ก็ใช่ว่าพระนางจะใช้แค่อำนาจอย่างเดียวขึ้นชื่อว่าผู้หญิงความสวยมันก็ต้องเป็นสิ่งคู่กันเล่ากันว่าคลีโอพัตตราหาของมาทุกอย่างเพื่อความสวยความงามของตัวเอง

โดยเงิน50%ของทองพระคลังก็เสียไปกับรูปโฉมของนางทั้งนั้นเลยพระนางได้สันหาวิธีการแปลกๆนานาเพื่อจะทำให้ความสวยนั้นยังคงอยู่คู่กับเธอตลอดเวลาตัวอย่างเช่นนางได้ส่งคนไปถึงปราสาทปุยฝ้ายที่ตุรกี

ซึ่งได้เป็นบ่อน้ำพุร้อนเพื่อจะไปเอาดินจากมันกลับมาที่อียิปต์เพื่อนำเอามารักษาผิวปราสาทปุยฝ้ายแห่นี้เข้าไปคุกในดินแต่แทนที่ผิวมันจะขาวกลับดำสนิทว่ากันว่าสูตรต่างๆของพระนางคลีโอพัตตรามีมากถึงขั้นทำหนังสือได้เป็นเล่มๆเลยทีเดียวมันก็เป็นที่หน้าเสียด้ายว่าหนังสือเหล่านี้มันได้ถูกเผาไปในช่วงที่มีไฟไหม้ในห้องสมุดที่เมืองอเล็กซานเดรียไม่อย่างงั้นสาวๆคงจะมีวิธีการบำรุงผิวที่ดีกันแล้วเนอะ

นอกจากนี้ในความบ้าเครื่องสำอางของพระนางคลีโอพัตตราบ้าถึงขนาดที่สั่งให้มีการสร้างโรงงานทีมโฉมของนางเลยและมันก็ได้มีหลักฐานในการค้นพบอยู่ในอียิปต์ในปัจจุบันเขาจะขอพูดถึงวิธีหมัดใจหนุ่มคลีโอพัตตราโดยคนแรกนั้นก็คือจูเลียสซีซาร์ที่จริงแล้วก็ไม่ใช่หนุ่มหรอกมีอายุตั้งห้าสิบสอง

ในขณะนั้นเองคลีโอพัตตราก็ยังสาวมีอายุเพียงแค่21และที่แน่นอนสาวๆใครเขาจะมาชอบคนแก่จริงไหมแต่เพราะว่าด้วยเหตุผลทางการเมืองอียิปต์ต้องการที่จะสารสัมพันธุ์กับอาณาจักรโรมคลีโอพัตตราก็เลยคิดวิธีที่จะจับใจซีซาร์คนนี้ให้จงได้

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ

โพสท์ใน ประวัติศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน เรื่องการเมืองคลีโอพัตตราจึงเอาตัวเองเข้าแลก

การทรมานสมัยสมเด็จพระเพทราชา

หากใครเคยได้ฟังเรื่องการประหารในครั้งนี้ตัดหัวข้าไม่เสียเถอะทำไมมันต้องมาทรมานอะไรอย่างนี้แต่ละวิธีมันคิดกันมาได้ยังไงกันนี่คนสมัยก่อนเขาว่างกันมากเลยใช่ไหมเราจะมาดูการประหารที่ไม่ใช่โทษแค่ตายอย่างเดียวแต่มันยังทำให้สาแก่ใจคนที่มาดูด้วยเรียกได้ว่าประหารกันอย่างดิสม์ที่ชาวตะวันตกถึงกับต้องร้องเลยทีเดียว

ซึ่งเราย้อนยุคกับไปดูในอดีตก็จะมีบุคคลโหดๆต่างๆมากมายที่ได้มีการบันทึกเอาไว้ตัวอย่างหนึ่งบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่ชอบใช้การทรมารอย่างโหดๆโดยมีความโหดที่ไม่แพ้ฝรั่งเลยก็คือพระเพทราชา 

เนื่องจากพระเพทราชาเป็นคนเลี้ยงช้างโดยท่านก็ได้ยึดอำนาจเมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเสด็จสวรรคตจากบันทึกต่างๆมากมายก็อาจจะมีจริงบ้างแต่งขึ้นมาบ้างแต่โดยรวมแล้วพระองค์ก็เป็นกษัตริย์คนหนึ่งที่มีความโหดร้ายมากเลยทีเดียว

โดยว่ากันว่าพระองค์จะมีความสุขเมื่อได้มองเห็นผู้อื่นได้ถูกทรมานมีครั้งหนึ่งพระองค์ได้ทรงสั่งให้แม่ทัพให้ไปตีเมืองนครศรีธรรมราชแต่ก็ทำไม่สำเร็จเมื่อกลับมาพระองค์ก็จะลงโทษด้วยวิธีการให้ใช้เหล็กแดงในการแนบเท้าทุกคนและในระหว่างที่ได้มีการสอบสวนพระองค์ก็จะให้ใช้ไม้แหลมในการทิ่มลงไปที่ลิ้น

เพราะฉะนั้นเมื่อชำระความตามที่ต้องการแล้วเขาก็จะให้นำเอาทุกคนไปมัดไว้กับหลักไม้และให้นั่งกับพื้นโดยจะมีผ้าอุดปากเอาไวอยู่เพื่อเป็นการปิดเสียงไม่ให้กรีดร้องกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในตอนต่อไปหลังจากได้เตรียมอะไรเอาไว้เรียบร้อยแล้วเจ้าพนังงานก็จะเดินเข้ามาแล้วก็ใช้มีดแหลมตัดหนังศีรษะจนถึงกระโหลกเสร็จแล้วเขาก็จะนำเอาหนังมาสับให้ละเอียดนิ้วแขนขาโดนตัดหมด

นอกจากนั้นแล้วเขาก็จะเอามีดจิ้มเข้าไปตั้งแต่ปลายเอวแล้วก็รากไปจนถึงหัวไหล่เพื่อที่จะเอาหนังออกแล้วก็บังคับให้นักโทษทุกคนกลืนเนื้อของตัวเอง

ซึ่งโดนตัดเนื้อทีแรกก็น่าจะตายหมดแล้วหลังจากนั้นยังไม่พอเวลาที่มีการลงโทษใดๆแบบนี้มันก็จะต้องมีพวกไทยมุงนั่นแหละเขาก็จะเรียกบรรดาพวกผู้หญิงที่เป็นไทยมุงให้วิ่งเข้ามาแล้วก็เอากำปั่นมาทุบเนื้อบนศีรษะที่แบบไม่มีผิวหนังหุ้มอยู่แล้วแน่นอนแล้วว่านักโทษเหล่านี้ก็จะต้องได้รับความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก

โดยความอายไม่มีแล้วในตอนนั้นใครที่ตายก่อนก็ถือว่าโชคดีสุดๆส่วนใครที่ยังไม่ตายก็ยังถูกทรมานรากยาวไปถึง12วันกันเลยทีเดียว

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  ทาง เข้า dewabet

โพสท์ใน ประวัติศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน การทรมานสมัยสมเด็จพระเพทราชา

การเล่นผีกระด้ง ราชบุรี

สำหรับการเล่นผีของชาวราชบุรีแล้วชาวบ้านเขาก็จะมานั่งล้อมวงกันแล้วให้ผู้เล่นได้นั่งอยู่ตรงกลางแล้วจะมีคนที่ดูแลร่างหลังจากที่ได้มีผีเข้าร่างของคนที่นั่งแล้วเขาจะเป็นคนที่คอยดูแลร่างในระหว่างที่กำลังเล่นหรือว่าเป็นคนที่เชิญผีเข้าและเชิญผีออก

เมื่อเจ้าพิธีเขาได้เห็นว่าผู้เล่นผีเริ่มทีจะเหนื่อยแล้วร่างพิธีเขาก็จะทำการจับร่างที่ผีสิงอยู่จับให้นั่งลงแล้วจากนั้นก็ส่งเสียงร้องดังๆเข้าไปที่หูเพื่อทำการบอกให้ผีที่เข้าร่างนั้นให้ออกจากร่างจากนั้นก็จะให้ร่างไปพักผ่อนให้หายเหนื่อยว่ากันว่าการเล่นผีของชาวมอญนั้นจำเป็นที่จะต้องมีผู้เล่นสองถึงสามคนที่มันจะต้องเป็นการเล่นกันอยู่สามคนและมากกว่าสองคนขึ้นไปเขาได้บอกว่ามันจะยิ่งสนุกเลย

นอกจากนี้ในการเล่นผีของชาวมอญนี้นั้นก็คือผีด้ง สำหรับการเล่นผีกระด้งของคนชาวมอญนี้มันก้ไม่ต่างอะไรเลยกับการเล่นผีกะลาโดยคนดูก็จะเข้ามาล้อมวงกันจากนั้นก็จะให้ผู้ที่เล่นเข้าไปนั่งอยู่ตรงกลางในคราวนี้ผู้เล่นจะมีกระด้งวางอยู่ด้านหน้าและเจ้าพิธีก็จะอัญเชิญผีให้เข้ามาในร่างเหมือนเดิมจะเริ่มทำการปิดตาของร่างแล้วก็จะอัญเชิญให้ผีเข้าสิงร่าง

ซึ่งจะมีคาถาในการอัญเชิญผีกะด้งเข้าสิงด้วยแต่ว่าเราไม่กล้าพูดเพราะว่ากลัวของที่เรามองไม่เห็นมันจะเข้าตัวเองแล้วเมื่อคนทำพิธีได้พูดจบเมื่อไหร่คนดูก็จะร้องพร้อมๆกับพร้อมกับการปรบมือให้เป็นจังหวะและพวกเขาก็จะทำการร้องแบบนี้กันไปเรื่อยๆจนกว่าจะมีผีได้เข้ามาสิงอยู่ในร่าง

เนื่องจากนี้แล้วถ้าหากว่าอยากให้มีการอัญเชิญผีให้มาเข้าสิงร่างอย่างเร็วแล้วก็จะต้องมีการเร่งจังหวะให้มันเร็วขึ้นๆเร็วขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อเจ้าพิธีได้เห็นว่ามีผีเข้ามาในร่างแล้วเจ้าพิธีก็จะมีการร้องอีกท่องหนึ่งต่อมันเป็นท่องที่ยาวมากเมื่อผีเข้าสิงแล้วเจ้าพิธีก็จะทำการร้องต่อไปอีกยาวมากแล้วก็จะมีคนดูอยู่ช่วยปรบมือกันให้เป็นจังหวะเลย

ซึ่งเราได้เคยไปเห็นคลิปหนึ่งของการเล่นผีกระด้งและผู้เล่นที่มีอาการผีเข้ามาสิงในร่างแล้วก็จะมีการขยับกระด้งตามเพลงที่ร้องถ้าร้องเร็วกระด้งก็จะขยับตามเพลงเร็วทั้งนี้ผีที่เข้ามาสิงร่างนั้นจะเร็วหรือช้าด้วยก็เป็นการละเล่นของชาวมอญที่อนุรักษ์กันเอาไหวตลอดมา

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  betbb

โพสท์ใน ตำนาน | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน การเล่นผีกระด้ง ราชบุรี

กระสือมีจริงหรือไม่?

สำหรับหลักฐานของตำนานผีกระสือที่มันได้เป็นรูปแบบของวีดีโอหรือว่าเป็นรูปภาพนั้นมันได้เป็นหลักฐานที่มันสามารถจับต้องได้

ซึ่งตรงนี้เราก็ได้ทำการหาข้อมูลและพิจารณารูปภาพเหล่านั้นหรือคลิปวีดีโอเหล่านั้นมาแล้วปรากฏว่าหลักฐานในรูปแบบของรูปภาพมันค่อนข้างที่จะพิจารณายากพอสมควรเพราะว่าความคมชัดของรูปภาพที่เขาได้มีการอ้างกันว่ามีคนถ่ายรูปภาพติดกระสือได้หรืออะไรก็แล้วแต่และมันมีค่อนข้างต่ำและมีแต่รูปถ่ายในตอนกลางคืนมันก็เลยไม่สามารถที่จะตอบได้ตรงๆว่ามันคือรูปภาพของผีกระสือจริงๆหรือเปล่าหรือมันอาจจะเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอะไรมันก็อาจจะเป็นไปได้

โดยตรงนี้มันไม่สามารถที่จะบอกได้เลยจริงๆแต่อีกหลักฐานหนึ่งที่มันเป็นรูปแบบของวีดีโอมันได้มีอยู่หนึ่งคลิปวีดีโอที่หน้าสงสัยและน่าสนใจอยู่พอสมควรนั้นก็คือคลิปวีดีโอที่ได้เป็นข่าวเมื่อไม่นานมานี้เอง

สำหรับหลักฐานทางวีดีโอตรงจุดนี้มันค่อนข้างที่จะพูดยากมากเลยเพราะว่าหลักฐานตรงนี้มันได้ต่างไปจากวีดีโอตรงอื่นที่ว่าวีดีโอตรงอื่นที่เราจะมองเห็นกันในส่วนใหญ่เราจะเห็นว่ามันเป็นแสงๆไฟที่อยู่ในระนาบพื้นดินหรือว่ามันลอยอยู่เหนือพื้นดินอยู่ไม่มาก

นอกจากนี้มันก็เลยทำให้คนส่วนใหญ่ตีความกันฝันไปว่ามันอาจจะเป็นพวกชาวบ้านที่ติดดวงไฟอยู่บนหัวแล้วก็ออกจากบ้านมาหาปูหากบในช่วงกลางคืนหรือเปล่าแต่คลิปวีดีโอดวงไฟตรงนี้มันได้เป็นดวงไฟที่มันได้ลอยอยู่บนท้องฟ้าและมันได้ลอยในลักษณะที่มันไม่เป็นรูปแบบ

ซึ่งเราจะคิดว่ามันเป็นโดนมันก็คงจะไม่ใช่เพราะคนที่เขขาถ่ายคลิปเอาไว้ได้เขาบอกว่าเขานั้นสามารถยืนยันได้เลยว่ามันไม่มีเสียงทั้งเครื่องยนต์มันไม่มีเสียงทั้งใบพัดแล้วมันก็ไม่มีเสียงอะไรเลยเห็นแต่เพียงดวงไฟเคลื่อนวนไปวนมาอยู่ภายในบริเวณนั้นก่อนที่จะหายไปนั่นเอง

เนื่องจากนี้มันก็ยังมีอยู่อีกหลายคนที่เขามองกันว่าตรงนั้นมันอาจจะเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติหรือมันอาจจะเป็นสิ่งที่มีชีวิตที่มันสามารถส่องแสงได้อย่างหิ่งห้อยหรือเปล่าตรงนี้มันก็มีหลายๆคนที่ต่างความคิดเห็นออกไปแต่ถ้าจะถามเราเกี่ยวกับคลิปนี้ในความคิดของเรามันไม่สามารถที่จะตอบได้เลยจริงๆว่ามันคืออะไร

ถ้าหากว่าคลิปนี้มันไม่ใช่คลิปวีดีโอที่ได้ทำการแต่งขึ้นมามันก็อาจจะมีความเป็นไปได้ทั้งกระสือและมันก็อาจจะมีความเป็นไปได้ทั้งปรากฏการณ์ทางธรรมชาติหรือสัตว์ที่สามารถส่องแสงได้อย่างหิ่งห้อยก็เป็นได้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สูตรหวยยี่กี 2ตัวล่าง lottovip

โพสท์ใน ตำนาน | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน กระสือมีจริงหรือไม่?

เผด็จการ นายปัก จุงฮี

ซึ่งในเรื่องหนึ่งที่น่าสังเกตในการปกครองของเผด็จการเกาหลีก็คือการออกกฎหมายและกฎหมายในหลายฉบับไม่ว่าจะเป็นกฎหมายพรรคการเมืองที่บังคับให้พรรคการเมืองมีที่ทำการพรรคอยู่ในเมืองหลวงเท่านั้นแต่ต้องมีสำนักงานในทุกจังหวัดทั่วประเทศและไม่ให้มีความยึดโยงกับประชาชนในพื้นที่ของตัวเองหรือกฎหมายเลือกตั้งที่ กกต. ได้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นกับพรรคฝ่ายค้านแต่ก็ปล่อยให้พรรครัฐบาลทำได้ทุกอย่าง

การใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรมแทน ที่จะใช้การบังคับด้วยกำลังสร้างความคุ้นเคยที่อันตรายให้กับประชาชนนั่นก็คือความรู้สึกฝังหัวลึกๆว่าเวทีการเมืองปกติก็จะต้องถูกกำกับด้วยกฎหมายแบบนี้การที่พรรคการเมืองมีกฎหมายบังคับมากมายนั้นเป็นเรื่องปกติทั้งๆที่หากลองคิดดูๆแล้วบทบาทหน้าที่แท้จริงของพรรคการเมืองก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการอาสาเป็นตัวแทนของประชาชนเท่านั้น

นอกจากนี้เขาจะมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ไหนหรือมีสาขาครบทุกจังหวัดหรือไม่มันไม่ใช่สาระสำคัญแม้แต่น้อยนี่คือสิ่งที่นักวิชาการบางท่านเรียกว่า

การเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยแบบอนุรักษ์นิยม 

เมื่อ นายปักจุงฮี ได้อยู่ครบ/วาระในปี ค.ศ.1971 ก็มาถึงทางตันเพราะว่ารัฐธรรมนูญที่เขียนเองใช้เองกำหนดได้แค่อยู่สองวาระเท่านั้นที่ผ่านมาก็ชนะพรรคของพลเรือนแบบฉิวเฉียดมาตลอด

ถ้าเปลี่ยนตัวขึ้นมาก็กลัวจะแพ้  นายปักจุงฮี  เลยแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ตัวเองอยู่ต่อไปได้เรื่อยๆแบบที่นายรีซึงมันเคยทำมาแล้วและเขาก็ชนะการเลือกตั้งเป็นครั้งที่3แต่ก็เป็นการเลือกตั้งที่ค้านสายตาประชาชนมากๆกฎเขียนเอาไว้ว่าสองวาระอันนี้แก้หน้าตาเฉยเลยทำให้เกิดแรงต่อต้านมากแม้แต่ฐานเสียงในเมืองหลวงที่เคยเลือกพรรคทหารมาเสมอก็ยังหันไปเลือกฝ่ายพลเรือนแทน 

เนื่องจากฝ่ายค้านและนักศึกษาแรงงาน จำนวนมากจับมือกันต่อต้านเขารุนแรงงานขึ้นหลังเลือกตั้งไม่นาน นายปัก จุงฮี ก็ตัดสินใจประกาศสภาวะฉุกเฉินงบใช้รัฐธรรมนูญยุบสภายุบพรรคการเมืองเรียกสั้นๆว่าทำรัฐประหารตัวเองนั่นแหละเป็นอันว่าสิ้นสุดสาธารณรัฐที่สาม

ยุคสาธารณรัฐที่สี่ ค.ศ.1972 – 1979 หลังจากได้กลับไปปกครองด้วยการประกาศสภาวะฉุกเฉินอยู่ราว1ปีในปี  ค.ศ.1972 รัฐบาลของปัก จุงฮี ก็ประกาศใช้รัฐธรรนูญใหม่ที่เรียกว่า รัฐธรรมนูญยูชิน

นอกจากตั้งตัวเองเป็นประธานาธิบดีแล้วก็ยังใช้อำนาจประธานาธิบดีแบบล้นเหลือเป็นได้ไม่จำกัดวาระอีกทั้งยังได้แต่งตั้งสมาชิกสภาได้ถึง1ใน3ให้พวกตัวเองให้ยกมือให้เป็นประธานาธิบดีต่อมาได้อีกถึง2สมัยเสรภาพไม่ต้องพูดถึงเผด็จการเต็มที่มีหน่วยข่าวกรองKCIAเป็นมือเป็นไม้คอยขัดขวางการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลและจัดการกับฝ่ายค้านคอยยุบพรรคการเมือง

โพสท์ใน ประวัติศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน เผด็จการ นายปัก จุงฮี