มหาพีระมิดของฟาโรห์นั้นเอาไว้ทำอะไร

สำหรับวันนี้เราต้องขอบอกก่อนเลยว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างที่จะเครียดอยู่เหมือนกันว่ากับเรื่อง ปริศนาของพีระมิด ได้ถูกไขกระจ่างแล้วจริงหรือไม่ ซึ่งเราต้องขอบอกเลยว่าเรื่องนี้เป็นอะไรที่น่าสนใจเป็นอย่างมากและหลังๆมาหลายๆคนก็จะให้ความสำคัญและสิ่งก่อสร้างชิ้นนี้มาก

เพราะว่ามันได้เป็นสิ่งก่อสร้างที่จะใช้คำว่าที่มันได้มีหลากหลายทฤษฎีมากมายที่พยายามที่จะออกมาชี้แจงว่ามันได้ก่อสร้างขึ้นมาแบบนี้มันได้ขนกันมาแบบนี้หรืออะไรก็แล้วแต่มันเยอะมากซึ่งต้องถามว่าในปัจจุบันมันสามารถยืนยันได้100%หรือยังต้องขอบอกตรงนี้เลยว่า

มันยังไม่สามารถที่จะยืนยันได้100%แม้แต่ทฤษฎีคร่าวๆที่มันได้คาดว่ามันน่าจะเป็นไปได้มากที่สุดเขาก็ยังคงเป็นแค่เพียงทฤษฎีเท่านั้นเพราะบางอย่างเขาก็ยังไขปริศนาไม่ได้เราก็เลยค่อนข้างที่จะเข้ามาสนใจในเรื่องนี้พอสมควรและมันก็ยังมีการเชื่อมโยงไปถึงห้องพระศพ

มันได้มีการเชื่อมโยงไปถึงฟาโรห์หรือแม้แต่การสร้างสิ่งต่างๆ ซึ่งเรื่องนี้เราก็อยากให้เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นมากกว่าเพราะว่าเรื่องของพีระมิดมันยังไม่ได้มีการไขปริศนาออกมา100%หรือได้มีการยืนยันออกมาได้100% ซึ่งมันได้มีแต่เพียงทฤษฎีและความเป็นไปได้มากน้อยเท่านั่นเอง

สำหรับเรื่องของพีระมิดนั้นเราเชื่อว่าหลายคนคงได้ยินและเคยเห็นกันมาแล้วว่าลักษณะของพีระมิดมันก็จะเป็นสถานที่ที่เขาได้เรียกกันว่าเป็น หลุมศพของฟาโรห์ ที่เวลาเสียชีวิตแล้วเขาก็จะเอาศพของฟาโรห์ก็จะนำเอาไปทำเป็นมัมมี่ก่อนที่จะมีการบรรจุเข้าสู้โลงแล้วก็นำเอาไปเก็บไว้ในห้องพีระมิดในห้องที่มันมีจำนวนชั้นอยู่เยอะมากทั้งห้องเก็บสมบัติเก็บศพพระมเหสีหรือจะเป็นญาติพี่น้องของฟาโรห์

ที่ได้เป็นเชื่อสายพระวงค์ก็ได้ถูกฝังอยู่ใต้พีระมิดเช่นเดียวกัน ซึ่งเราอยากจะบอกว่าเรื่องของพีระมิดจริงๆมันก็ได้มีอยู่หลากหลายที่ทั่วโลกมากไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นที่อียิปต์อย่างเดียวแต่และสถานที่แต่ละพื้นที่มันก็จะมีลักษณะของพีระมิดที่แตกต่างกันออกไปทั้งเรื่องของขนาดของพีระมิดรูปร่างหรือแม้แต่ประวัติที่มาขอแต่ละที่นั้นมันก็จะแล้วแต่ประวัติของชนเผ่า

ที่เขาได้สร้างมันขึ้นมาแต่ต้นกำเนิดและอารยธรรมของพีระมิดในยุคแรกๆล้วนแล้วแต่มาจากประเทศอียิปต์ทั้งนั้นเลยและพีระมิดที่มันได้มีชื่อเสียงมากที่สุดที่ได้มีคนพูดถึงกันมากที่สุดเท่าที่เรานั้นได้หาข้อมูลมาได้นั่นก็คือมหาพีระมิดแห่งกิซ่าหรือที่เรานั้นเรียกกันว่ามหาพีระมิดคูฟูนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  sagame1688

โพสท์ใน ประวัติศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน มหาพีระมิดของฟาโรห์นั้นเอาไว้ทำอะไร

ตำนานคนเปล่าขลุ่ย

ณ เมืองแห่งหนึ่งซึ่งถูกตั้งชื่อว่าเมืองแห่งความสกปรกเนื่องจากที่นี่นั้นสกปรกมากมีขยะอยู่เต็มไปหมดถ้าถึงแล้วจะมีถังขยะก็ไม่มีใครนำขยะถังขยะเลยทำให้ทางเมืองนำขยะออกและทิ้งขยะตามข้างทางที่เดินผ่านไปแทน

ทำให้ไม่ว่าจะไปตรงไหนของเมืองแห่งนี้ก็จะมีแต่ความสุขกับโรงโสโครกเด็กๆหลายๆคนต่างก็ป่วยและเสียชีวิตกันไปเนื่องจากความสกปรกของที่นี่แต่ที่นี่นั้นก็ไม่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงอะไรและยังใช้ชีวิตกับความสกปรกเหมือนเดิมซึ่งที่นี่นั้นไม่ว่าจะไปมุมไหนจะมีหนูอยู่มากมายเต็มไปหมด

เนื่องจากความสกปรกที่มีอยู่มากมายซึ่งหลังจากที่ชาวบ้านหมดความอดทนเนื่องจากมันฆ่าครอบครัวกันไปจนเกือบหมดตระกูลแล้วชาวบ้านจึงพากันไปหารัฐมนตรีแห่งเมืองสกปรกแล้วบอกว่าต้องการให้ทางรัฐมนตรีสั่งให้ลูกจ้างทั้งหมดออกมาทำความสะอาดเมืองสะอาด

เพื่อที่จะได้ไม่มีโรคระบาดไม่มีความสกปรกรวมถึงกำจัดหนูไปด้วยทางรัฐมนตรีนั้นก็บอกไปว่าหากใครที่สามารถที่จะไล่หนูออกไปจากเมืองแห่งนี้ได้เขาจะตบรางวัลให้อย่างงามเนื่องจากทางรัฐมนตรีสามารถทำความสะอาดเมืองได้แล้ว

แต่ยังไม่สามารถที่จะไล่หนูไปได้หมดทั้งเมืองเพราะมันมีมากเกินไป 1 วันต่อมาได้มีชายคนหนึ่งแต่งตัวตลกๆเหมือนกับเป็นตัวตลกซึ่งเขานั้นได้เดินทางเข้ามาในห้องประชุมของรัฐมนตรีซึ่งเขาบอกว่าเขาสามารถที่จะนำหนูออกไปจากเมืองแห่งนี้ได้แต่รัฐมนตรีจะต้องให้เงินเขา 200 เหรียญซึ้งทางรัฐมนตรีก็ตอบตกลงทันทีและหลังจากนั้นชายหนุ่มที่แต่งตัวดูตลกก็เดินออกไปจากห้อง

ของนายกรัฐมนตรีพร้อมกับหยิบขลุ่ยคู่ใจของเขาขึ้นมาหลังจากนั้นเขาก็เป่าบทเพลงจากแผ่นเพลงหนึ่งซึ่งมันก็ไม่ได้ถือกับว่าไพเราะมากแต่มันก็ทำให้ชวนพิศวง หลังจากผ่านไปประมาณ 1 นาทีก็มีหนูจากทั่วทุกสารทิศของเมืองเดินออกมากันเป็นแถวหลังจากนั้นใช้เป่าขลุ่ยก็เป่าขลุ่ยต่อไปพร้อมกับเดินไปตรงลำธารเมื่อเขาอยู่ตรงนั้นพร้อมยางเป่าขลุ่ยต่อไป

เราก็เดินตามเขาไปพร้อมกับเดินลงไปในน้ำทั้งหมดทั้งเมืองจนตอนนี้ทั้งเมืองก็ไม่มีหนูอีกต่อไปรัฐมนตรีดีใจมากแต่จะให้เงินเขาแค่ 50 เหรียญเท่านั้นคนนั้นโกรธมากจึงเป่าขลุ่ยเพลงพิศวงอีกเพลงนึงซึ่งคราวนี้เด็กๆของทั้งเมืองได้เข้าไปในถ้ำแห่งหนึ่ง

ซึ่งเขาก็ปิดทำเอาไว้ชาวบ้านเสียใจมากที่เสียลูกๆไปจนสั่งให้รัฐมนตรีช่วยจ่ายเงิน 200 เหรียญให้กับชายคนนั้นเพื่อเขาจะได้กอดลูกของพวกเขามาซึ่งตอนแรกรัฐมนตรีก็ไม่ยอมแต่เมื่อรู้ว่าลูกชายของเขาเองก็อยู่ในถ้ำเช่นเดียวกันเขาจึงยอมจ่ายเงิน 200 เหรียญให้กับชายคนนั้นและสุดท้ายคุณเป่าขลุ่ยก็ปล่อยให้เด็กๆออกมาจากข้างในที่สุดซึ่งเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าเราไม่ควรที่จะหลอกลวงผู้อื่น สุดท้ายกรรมจะตามเราทัน

 

สนับสนุนโดย  sagame

โพสท์ใน ตำนาน | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ตำนานคนเปล่าขลุ่ย

ประวัติความเป็นมาน้ำตกเจ็ดสาวน้อยของจังหวัดสระบุรี

น้ำตกเจ็ดสาวน้อยเป็นน้ำตกที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติจังหวัดสระบุรีตรงนี้จะมีน้ำตกทั้งสิ้นปริมาณเจ็ดชั้นแต่ละชั้นมีขนาดที่ไม่สูงเท่าไรนักส่วนมากจะสูงโดยประมาณ 2-5 เมตร ซึ่งนักเดินทางสามารถไปเที่ยวได้ทุกชั้นตั้งแต่ชั้นที่1 ไปจนกระทั่งชั้นที่ 7 แล้วก็ตลอดทางก็จะมีป้ายปักเตือนจากเจ้าหน้าที่รักษาอุทยานดังเช่น ทางลื่นให้ระวัง หรือจุดนี้ห้ามกระโดดเล่นน้ำ

หรือแม้กระทั้งด้านหน้ามีหิน ซึ่งถ้านักเดินทางทำตามอย่างป้ายเตือนก็จะไม่มีอันตรายไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆก็ตามซึ่งถ้าเกิดพวกเราจะเดินตรวจสอบน้ำตกแต่ละชั้นทางเจ้าหน้าที่ก็จัดแจงทางเดินที่เทปูนเอาไว้สำหรับให้นักเดินทางได้เดินตรวจสอบตั้งแต่ชั้น 1 จนกระทั่งชั้น 5 ส่วนที่ชั้น 6กับชั้น 7ทางเดินจะยังเป็นทางดินปกติ ยังไม่เทปูน

สำหรับน้ำตกเจ็ดสาวน้อยเป็นน้ำตกที่มีต้นน้ำไหลมาจากฝั่งทางป่าในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ตรงนี้นักเดินทางสามารถลงเล่นน้ำได้ทุกแทบทุกชั้นจะมีสั่งห้ามเล่นน้ำเฉพาะที่ชั้นสามเท่านั้นเพราะว่าที่ชั้นนี้น้ำจะลึกมากรวมทั้งเคยมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้งก็เลยมีการห้ามเล่นน้ำ

แต่ว่าสำหรับที่ชั้นอื่นๆนักเดินทางลงเล่นน้ำได้หมด ซึ่งชั้นที่มีความงดงามสูงที่สุดจะอยู่ที่ชั้น 4 เป็นชั้นที่น้ำตกจะไหลตกมาลงจากที่สูง คนจะนิยมเดินขึ้นมาเล่นที่ชั้นนี้กันมากมายส่วนคนไหนที่อยากได้ความเงียบสงบก็สามารถเดินขึ้นไปที่ชั้น 6กับ7 ได้แต่ว่าชั้นนี้ผู้คนจะไม่ค่อยลงเล่นน้ำเพราะว่าน้ำจะค่อนข้างจะไหลแรง

สำหรับน้ำตกเจ็ดสาวน้อยทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้เป็นคนเข้ามาศึกษาค้นพบ เนื่องจากว่ามีการส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบป่าแล้วมาพบกับน้ำตกที่มีความสวยสดงดงามจำนวนทั้งสิ้น 7 ชั้นซึ่งน้ำตกนี้อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านที่มีชื่อว่าบ้านสาวน้อย ทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็เลยกระทำตั้งชื่อน้ำตกนี้ว่าน้ำตกเจ็ดสาวน้อยซึ่งเป็นการตั้งตามชื่อของหมู่บ้านที่อยู่ใกล้กับน้ำตกแล้วเอามารวมกับปริมาณของชั้นน้ำตกทั้งสิ้นนั่นเอง

สำหรับที่น้ำตกเจ็ดสาวน้อยนี้จะมีพื้นที่รอบๆเป็นป่าซึ่งจะมีทั้งยังต้นไม้ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ รวมทั้งมีทั้งยังต้นไม้ที่คนเอามาปลูกเพื่อเป็นการปลูกป่าเพื่อชดเชยจากที่มีคนเคยเข้ามาตัดต้นไม้ทำลายธรรมชาติไปซึ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งในเขตของน้ำตกเจ็ดสาวน้อยอยู่ในโครงการปลูกป่าถาวร ที่เป็นโครงการเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เมือครั้งที่ขึ้นครองราชย์ครบ 50 ปีด้วย

และก็ถ้าหากคนไหนที่ท่องเที่ยวน้ำตกเจ็ดสาวน้อยก็อย่าลืมท่องเที่ยวจุดสำหรับชมวิวตรงสะพานแขวนข้ามน้ำตกกันด้วยนะคะเพราะว่าเป็นจุดที่จะสามารถมองเห็นความงามของน้ำตกที่ชั้น 1-4 ได้อย่างเห็นได้ชัด

 

ได้รับการสนับสนุนโดย สูตร บาคาร่า bk8

โพสท์ใน ประวัติศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ประวัติความเป็นมาน้ำตกเจ็ดสาวน้อยของจังหวัดสระบุรี

เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516

      เป็นอีกเหตุการณ์ที่นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ต้องจดจำกันอย่างไม่มีวันลืม ถึงการที่ต้องสูญเสียชีวิตนักศึกษาไปหลายคนจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ โดยเรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อในปี 2516 ช่วงประมาณเดือนตุลาคม ได้เกิดเหตุการณ์มีการชุมนุมครั้งใหญ่ของนักศึกษามหาวิทยาลัย เหตุเพราะนักศึกษามหาวิทยาลัยไม่พอใจกับรัฐบาลปัจจุบันที่มีการ

สำหรับความไม่พอใจที่นักศึกษามีต่อรัฐบาลชุดนี้ ว่ารัฐบาลของชุดจอมพลถนอมกิตติขจรนั้นเป็นรัฐบาลที่เน้นเผด็จการมีเรื่องราวต่างๆที่ให้นักศึกษานั้นเห็นถึงความไม่ชอบมาพากลของการรักษาอำนาจของรัฐบาลชุดนี้และยิ่งเรื่องที่รัฐบาลได้มีการควบคุมตัวชาย 13 คนในข้อหากบฏรัฐธรรมนูญยิ่งทำให้นักศึกษา

เกิดความไม่พอใจเกี่ยวกับเรื่องของการใช้อำนาจโดยมิชอบของรัฐบาลของพลเอกจอมพลถนอมกิตติขจรทำให้เกิดการประท้วงเกิดขึ้นโดยมีการนัดการชุมนุมกันที่ถนนราชดำเนินในวันที่ 13 ช่วงเวลากลางคืนของเดือนตุลาคมและเมื่อรัฐบาลเห็นว่านักศึกษาออกมาเรียกร้องชุมนุมกันที่ถนนราชดำเนินรัฐบาลจึงได้มีการปล่อยตัวชายทั้ง 13 คนอีกทั้งยังได้มีการทำสัญญา

จะทำตามข้อเรียกร้องที่นักศึกษามีการส่งเรื่องเรียกร้องไว้และที่สำคัญมีการประกาศว่าจะมีการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาภายใน 1 ปีทำให้ในคืนนั้นนักศึกษาต่างก็พอใจกับผลการชุมนุมและมีการนัดหมายกันว่าจะยุติการชุมนุมในคืนอันเปล่าแต่อย่างไรก็ดีในคืนนั้นยังมีนักศึกษาบางกลุ่มที่ยังมีการชุมนุมกันต่อและได้มีการเข้าไปที่กรมประชาสัมพันธ์

โดยเข้ายึดระบบวิทยุกระจายเสียงของรัฐทำให้วันที่ 14 ตุลาคมรัฐบาลจึงเปลี่ยนไปไม่ทำตามที่เคยรับปากกับผู้ชุมนุมไว้แต่ใช้กำลังสลายการชุมนุมนักศึกษาในช่วงเวลาประมาณใกล้เที่ยงซึ่งในการสลายการชุมนุมในครั้งนั้นมีผลทำให้นักศึกษาบาดเจ็บหลายร้อยคนและยังมีคนที่เสียชีวิตอีกประมาณ 17 คนเป็นอย่างต่ำ

โดยให้เหตุผลของการสลายการชุมนุมในครั้งนี้ว่ารัฐบาลต้องการที่จะทำให้ประเทศชาติอยู่ในความสงบเรียบร้อยโดยอ้างเหตุผลที่มีกลุ่มนักศึกษาบางกลุ่มไปทำการยึดกรมประชาสัมพันธ์ซึ่งจากเหตุการณ์ 14 ตุลาคมส่งผลให้รัฐบาลชุดจอมพลถนอมประกาศยุติบทบาทการเป็นนายกรัฐมนตรีและได้ให้ดีดอธิการบดีของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

และยังเป็นอดีตศาลประธานศาลฎีกาได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแทน โดยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเป็นผู้ออกมาประกาศการแต่งตั้งรัฐมนตรีคนใหม่รวมถึงออกมาพูดให้ประชาชนมีความรักความสามัคคีกันเหมือนเดิมเผื่อที่บ้านเมืองจะได้สงบร่มเย็นซึ่งนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเหตุการณ์จึงได้สงบลงและในทุกๆปีของวันที่ 14 ตุลาคมก็จะมีการจัดงานรำลึกถึงเหตุการณ์ที่ได้มีการสูญเสียในครั้งนี้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ติดต่อ bk8

โพสท์ใน ประวัติศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516

ความขัดแย้งของ กัมพูชา และ สหรัฐอเมริกา ปี1960

สำหรับฝั่ง กัมพูชาหลังจากที่ได้รับเอกราชก็ได้ประกาศตัวจะเป็นกลางซึ่งได้มีความสัมพันธ์ทางด้านทางการทูตทั้งฝั่งสหรัฐอเมริกา โซเวียต และ จีน ไปพร้อมๆกัน

สำหรับในด้านของการปกครอง หลังจากที่ได้รับเอกราชมา1ปีจากนั้นก็ได้มีรัฐสภาได้เกิดขึ้นมา โดยกษัตรีย์ นโรดม สีหนุ ก็ได้เสียสละที่จะสละราชบัลลังก์จากนั้นก็ได้เข้ามาดำรงณ์ตำแหน่งทางการเมืองในฐานะนายกรัฐมนตรีเป็นคนแรกของ กัมพูชา หลังจากนั้นต่อมาในปี1960ก็ได้มีการเปลี่ยนไปเข้าไปดำรงณ์ตำแหน่งที่ได้ก่อขึ้นกันขึ้นมาใหม่ที่เรียกว่า ประมุขแห่งรัฐ

ในชนชั้นในการปกครองของกัมพูชาหลังจากที่ได้รับเอกราชก็ได้เป็นด้านของพรรคการเมืองที่อยู่ฝ่ายขวา ฝ่ายอนุรักษ์นิยม และ สมาชิกด้านราชวงค์ได้เข้ามารวมตัวกันได้มาเป็นกระบวนการที่มีชื่อว่าขบวนการแสงคำหรือสังคมราษฎรนิยม

ซึ่งก็ได้หมายความว่า ถือแม้ว่า กษัตรีย์ นโรดม สีหนุ จะทรงนำประเทศแบบเป็นกลางในเวทีการเมืองในระหว่างประเทศแต่ภายในประเทศก็ได้มีฐานเสียงที่เป็นชนชั้นนำที่อยู่ฝ่ายขวาที่ไม่ชอบคอมมิวนิสต์ไม่ชอบเวียดนามนั้นเอง หลังจากนั้นในปี1960 ในสงครามเวียดนามก็ได้รุนแรงมากยิ่งขึ้นและมันก็ไม่ได้เป็นแค่ในสงครามตัวแทนอีกต่อไปเพราะว่าด้านฝั่งของสหรัฐอเมริกาก็ได้ส่งทหารของตัวเอง

มาเข้าร่วมรบกันแบบเต็มตัวเลยก็ว่าได้ และ กัมพูชา ก็ได้เข้ามามีความขัดแย้งในสงครามนี้ด้วยเพราะว่าด้านฝั่งของสหรัฐอเมริกาไม่เห็นด้วยเลยที่กัมพูชาได้ยอมให้เวียดนามเหนือได้ลำเรียงกำลังให้ผ่านฝั่งกัมพูชา หรือ ที่ได้เรียกกันว่า โฮจิมินห์เทรล

จากนั้นกัมพูชาก็ได้ถูกสหรัฐอเมริกาได้ทิ้งระเบิดตามชายแดนจากนั้นก็ได้เกิดความไม่พอใจให้กับประชาชนที่ได้มีความโกรธแค้นจากผลกระทบของผลการที่ได้ทิ้งระเบิดและจากชนชั้นปกครองที่ไม่พอใจที่จะดูเหมือว่าได้ทำให้กัมพูชาได้เข้าข้างคอมมิวนิสต์เวียดนามเหนือและอีกอย่างหนึ่งเลย

ในกัมพูชานั้น ก็ได้มีวัฒนธรรมของความเกลียดชังที่ได้ซ่อนเอาไว้อยู่ ซึ่งมันได้เป็นกระแสของชาตินิยมที่ได้ปลุกปั้นขึ้นมาให้ได้เป็นศัตรูกับเวียดนามในทางด้านประวัติศาสตร์ คล้ายๆกับที่ประเทศไทยเรานั้นจะต้องเกลียดประเทศเพื่อนบ้านเวลาที่พวกเรานั้นได้เรียนประวัติศาสตร์ก็เหมือนกันประมาณนั้น จากเหตุการณ์ของความเดือดร้อนจากราษฎรที่ได้ถูกฝั่งอเมริกาได้ทิ้งระเบิดแถวๆบริเวณฝั่งของชายแดน

จากนั้นก็ได้ทำให้ชนชั้นนำต่างก็ไม่พอใจจากการได้ยอมให้เวียดนามเหนือได้ใช้เป็นทางผ่านลำเรียงคนและอาวุธแถมด้วยความสนิดสนมกับด้านรัฐบาลจีนที่ได้เป็นคอมมิวนิสต์อีกต่างหากของ กษัตรีย์ นโรดม สีหนุ จากนั้นมัมนก็ได้ทำให้ความนิยมของกษัตรีย์นั้นได้เสื่อมลงและได้ตกต่ำเป็นอย่างมากจากนั้นเรื่อยมาจนมาถึงทศวรรษที่1970โดลกก็ยังได้อยู่ในวงการขัดแย้งแบบเดิมๆคือจีนกับโซเวียตนั้นเขาได้ทะเลาะกันมาเป็นสิบปีแล้ว จากนั้นสหรัฐอเมริกาก็ได้รบในสงครามเวียดนามมาอย่างยาวนาน

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  bk8 pantip

โพสท์ใน ประวัติศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ความขัดแย้งของ กัมพูชา และ สหรัฐอเมริกา ปี1960

ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังหรือไตเสือมกินน้ำอะไรได้บ้าง

ผู้ป่วยโรคไตกินน้ำอะไรได้บ้างมีผู้ป่วยไตเสื่อมหลายคนก็ได้ถามเข้ามาเยอะมากเลยว่า ฉันเป็นโรคไตเสื่อมและไตวายเรื้อรังเป็นระยะ1-5จะกินน้ำอะไรได้บ้าง

อันดับแรกเลยก็คือ น้ำเปล่า ผู้ป่วยไต น้ำเปล่าไม่ว่าจะเป็นน้ำธรรมดา น้ำอุ่น น้ำใส่น้ำแข็ง ที่เป็นน้ำเปล่าสามารถที่จะกินได้เลย น้ำเปล่านั้นมันเป็นน้ำดื่มที่ดีมากที่สุดแล้ว สำหรับผู้ป่วยไตเสื่อมหรือว่าไตเรื้อรังแต่ที่นี้ผู้ป่วยไตก็จะต้องดูปริมาณน้ำด้วยว่าเรามีการปัสสาวะออกปกติหรือไม่อาจจะต้องมีการควบคุมการดื่มน้ำอีกด้วย 

ลำดับที่ สอง เครื่องดื่มยอดฮิต ชา กาแฟ น้ำอัดลม ผู้ป่วยไตกินได้ไหมก็ต้องบอกก่อนเลยว่า ถ้าวันนี้คุณเป็นระยะแรกๆระย1-2ที่ยังไม่มีค่าฟอสฟอรัสเกิน กาแฟ ชา ก็ยังสามารถที่จะกินได้บ้างนิดหน่อย แต่ถ้าหากว่าคุณนั้นเป็นระยะที่3-5และได้มีค่าฟอสฟอรัสที่สูงเกินชา กาแฟ น้ำอัดลม ที่เป็นน้ำสีดำๆนั้นคุณจะกินไม่ได้เด็ดขาดเลย

เพราะว่ามันจะมีผลต่อระบบการขับของเสียออกจากไตเป้นอย่างมากและมันก็จะมีผลต่อร่างกายเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่ามีค่าฟอสฟอรัสเกินมันจะมีภาวะ ผิวไหม้ แห้งคันได้ ถ้าเกิดว่าให้เราแนะนำเลย ถ้าควรหลีกเลี่ยงได้ที่ไม่ดื่มมันจะดีมากที่สุด 

อันดับที่ สาม อาจจะเกี่ยวกับพวกเครื่องดื่มผลิตภัณฑ์จากนมทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นนมจืด นมหวาน นมเปรี้ยว นมพร่องมันเนย ซึ่งตระกูลนมเหล่านี้มันจะมีฟอสฟอรัสสูงมากถ้าหากว่าผู้ป่วยระยะที่1-2มันก็อาจจะดื่มได้บ้างนิดหน่อยแต่ถ้าเกิดว่าเป็นในระยะ3-5แล้วเราก้จะไม่แนะนำให้ดื่มอย่างเด็ดขาดหรือผู้ป่วยที่เป็นระยะต้นๆแต่มีค่าฟอสฟอรัสเกิน ก็ไม่ขอแนะนำให้กิน 

อันดับที่ สี่ เกี่ยวกับพวกน้ำแร่บางตนบอกว่าเป็นน้ำเปล่าแต่เป็นน้ำแร่ได้ไหม น้ำแร่ก็จะมีพวก วิตามินและแร่ธาตุ เกลือแร่ รวมอยู่ในน้ำด้วย มันจะทำให้ไตของเรานั้นทำงานหนักและมันอาจจะขับพวกแร่ธาตุเหล่านี้ไม่ได้ถ้าเกิดเป็นพวกน้ำแร่ก็ไม่แนะนำให้ดื่มให้ดื่มน้ำเปล่าอย่างเดียวจะดีที่สุด

อันดับที่ห้า ก็จะเป็นพวกน้ำสมุนไพรต่างๆไม่ว่าจะเป็น น้ำขิง น้ำใบเตย น้ำดอกอัญชัน หรือว่าจะเป็น น้ำเก๊กฮวย อะไรประมาณนี้ ก็ผู้ที่ป่วยโรคไตก็สามารถดื่มได้แต่ดื่มในปริมาณที่ไม่ต้องเข้มข้นมากนักก็สามารถที่จะดื่มได้หรือผู้ป่วยโรคไตเสื่อมที่มีเบาหวานร่วมด้วยก็อยากจะแนะนำให้ระวังเกี่ยวกับเรื่องน้ำตาลเหล่านี้เพราะว่าผู้ป่วยที่เป็นไตแล้วนั้นบางคนใส่น้ำตาลเยอะมันก็อาจจะมีผลต่อค่าไตได้เหมือนกัน

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้าrb88

โพสท์ใน สุขภาพทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังหรือไตเสือมกินน้ำอะไรได้บ้าง

ไอสไตนส์ค้นพบการเป็นอยู่ของอะตอมเป็นผลงานชิ้นที่สอง

ในปี1902เด็กหนุ่มที่มีชื่อว่าไอสไตนส์ก็ได้มีความท้อแท้และสิ้นหวังก็ได้ย้ายมาที่เมืองเบิกที่ได้เป็นเมืองหลวงของเซอร์วิสเซอร์แลนด์และเขาก้ไม่ได้ทำงานที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์เลย

ซึ่งเพื่อนของเขาอีกหนึ่งคนก้ได้จัดให้เขานั้นได้ทำงานในระดับล่างเป็นเสมียนคอยจดสิทธิ์บัตรของสำนักงานจดสิทธิ์บัตรที่เซอร์วิสเซอร์แลนด์ซึ่งด้านบนชั้นสามของตึกแห่งนี้นอกจากนี้ด้านไอสไตนส์ก็ได้ใช้ระยะเวลา6วันต่อสัปดาห์เพื่อที่จะตรวจสอบใบสมัครจากนักประดิษฐ์ทุกประภคให้กับรัฐบาลเซอร์วิสเซอร์แลนด์ซึ่งภายในใบสิทธิ์บัตรนั้นมีข้อมูลอยู่ทุกๆอย่างแบบครบถ้วนและเขานั้นก็จะต้องเป็นคนที่จะลงลายละเอียดอย่างชั้นเชิงลึก

จากนั้นมันจะช่วยฝึกทักษะของนักฟิสิกส์เขาจะต้องทำงานอย่างรวดเร็วโดยเขาจะต้องขัดข้อมูลจากสิทธิ์บัตรที่ตัวเขานั้นจะต้องตรวจสอบซึ่งบอกก็ยังบอกอีกว่ามันไม่ได้เป็นงานที่ท่าทายเขาไม่รุ้สึกว่าตัวของเขานั้นไม่ได้ใช้สมองมากเท่าไหร่นัด

ซึ่งมันได้ทำให้ตัวของเขานั้นได้มีเวลาว่างในการศึกษาเรื่องของจักรวาลนอกจากนี้ไอสไตนส์เขาก็ไม่เคยจัดให้อยู่เป็นเด็กเรียนดีช่วงมหาวิทยาลัยและไม่เคยเป็นคนโปรของอาจารย์รุ่นพี่ซึ่งเขานั้นได้เป็นคนทำงานจดสิทธิ์บัตรได้ดีมากกว่าและนั่งเฝ้าฝันค่ำคืนถึงบรรยากาศในตอนที่เขานั้นได้เดินทางไปแสงเนื่องด้วยอาชีพนี้เขาจึงได้ทำการปฏิรูปที่ได้ผลิกประวัติศาสตร์ของโลกใบนี้

ซึ่งในการฝันกลางวันของเขาจะเป็นการเปลี่ยนแปลงความรู้ที่เกี่ยวกับจักรวาลไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อในปี1905มันได้เป็นปีแห่งปาฏิหาริย์ของตัวเขา ซึ่งเขาได้จักการตีพิมพ์ผลงานสี่ชุดที่ตัวเขานั้นได้เขียนขึ้นมาในเวลาว่างงานชิ้นแรกต่อคำถามที่ได้มีมาอย่างช้านานวว่าแสงมันคืออะไรทฤษฎดีการแพร่รังสีมันจึงเป็นทฤษฎีแรกที่มันยังไม่มีใครรู้กล่าวว่าแสงนั้นคืออนุภาพที่เรียกว่าโฟตอน

เราได้ใช้มันในโทรทัศน์และใช้มันในแสงเลเซอร์ ทั้งนี้ก็ได้มีผลงานอีกหนึ่งชิ้นของ ไอสไตนส์วัยเพียงแค่26ปี ได้กล่าวถึงความรู้ที่เรานั้นทราบกันดีแล้วซึ่งมันได้เป็นการดำรงอยู่ของอะตอม ซึ่งคนในสมัยนั้นก็ยังไม่มีใครที่จะเชื่อว่ามันจะมีอะตอมเขานั้นได้พิสูจน์ว่าอะตอมได้รวมตัวกัน

เป็นอนุภาพหรือในอนุเล็กๆเป็นของเหลวได้พร้อมทั้งกับคำนวณขนาดของใันอีกด้วยซึ่งต้องบอกเลยว่าผลงานเหล่านี้มันจะเป้นผลงานชิ้นที่มันได้มีความโด่งเด่นสำหรับนักฟิสิกส์ทุกๆคน

 

ขอขอบคุณ  bk8 slot  ที่ให้การสนับสนุน

โพสท์ใน ศิลปะ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ไอสไตนส์ค้นพบการเป็นอยู่ของอะตอมเป็นผลงานชิ้นที่สอง

ใครกันที่เป็นคนค้นพบทวีปอเมริกาเป็นคนแรก?

ในอวกาศ มีแรงโน้มถ่วง

จากภาพยนตร์แนวไซไฟ เราก็มักจะเห็นว่านักบินอวกาศและมีสิ่งของมากมายที่มันได้ลอยอยู่ในอวกาศจากนั้นมันเลยทำให้คิดว่า สถานที่แห่งนั้นมันอาจจะเป็นสถานที่ที่ไม่มีแรงโน้มถ่วง ซึ่งเราก็อยากจะบอกว่ามันไม่ใช่เนื่องจากแท้ที่จริงแล้วมันได้มีอยู่ในทุกๆที่ ซึ่งถ้าหากว่านักบินอวกาศนั้นได้อยู่ห่างจากพื้นมากเท่าไร

มันจะทำให้แรงโน้มถ่วงที่มันได้ดึงดูดกันระหว่างทั้งสองฝั่งมันก็อาจจะอ่อนแรงลงตามมาอีกด้วยและถ้าหากว่ามันได้เป็นแบบนี้ทำไมยานที่มันได้อยู่นอกโลกนั้นทำไมมันกลับลอยตัวได้แทนที่มันจะตกลงสู่โลกตามแรงดึงดูก นอกจากนี้มันอาจจะเป็นเพราะว่าในส่วนของยานนั้น

มันได้มีการเคลื่อนที่ได้อย่างเหมาะสม ซึ่งมันจะมีแรงวิ่งเท่ากับแรงดึงดูด ซึ่งมันจะทำให้วัตถุนั้นมันจะอยู่ในสภาพในการตกอย่างอิสระที่มันไม่มีวันที่จะตกลงถึงพื้น ซึ่งมันก็ได้ทำให้อะไรที่มันได้อยู่ภายในจึงได้เกิดเป็นสภาพที่ดูไร้น้ำหนักไปอีกด้วย

ทั้งนี้ที่นักบินอวกาศนั้นลอยตัวได้เพราะเขานั้นได้อยู่ในวงโคจรเดียวกันระดับของยานอวกาศนี่เอง และถ้าหากว่าใครที่อยากจะใช้วิชาตัวเบาในอวกาศก็อาจจะทำให้คุณนั้นได้ผิดหวังไปตามๆกันเลยทีเดี่ยว

คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ไม่ใช่คนค้นพบทวีปอเมริกา

สำหรับเรื่องที่เหลือเชื่อที่สุดในชีวิตมันเป็นสิ่งที่มนุษย์คนเรานั้นได้จำกันมาตลอดเวลาว่าคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส นั้นเขาได้เป็นผู้พบเห็นทวีปแอฟริกา อีกทั้งนี้มันก็ยังได้ทำให้เรานั้นได้เข้าใจอีกว่าโคลัมบัสนั้นได้เป็นคนที่ไปพบเห็นคนแรกมาโดยตลอด นอกจากนี้มันเป็นเพียงแค่คำแนะนำทีมัจะทำให้คนในยุโรปนั้น

ได้รู้จัดกันในช่วงที่เดินทางเม่ือครั้งที่4จากนั้นมาจึงได้นำไปสู่การก่อตั้งประเทศใหม่ๆขึ้นมา ซึ่งไม่ว่ามันจะเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และ เม็กซิโก หลายคนก็อาจจะสงสัยกันใช่หรือไม่ว่าถ้าหากไม่ใช่โคลัมบัสแล้วจะเป็นใครกัน

ทั้งนี้มันก็ยังได้ทำให้นักประวัติศาสตร์หลายคนได้เชื่อกันว่า ซึ่งจะมีเหล่านักสำรวจชาวน็อต ซึ่งพวกเขานั้นก็ได้เข้าไปพบเห็นในสถานที่แห่งนั้นโดยบังเอิญมันเป็นการเดินเรือออกไปนอกเส้นทางจากนั้นก็ได้จอดเรือและได้ขึ้นไปพักที่ฝั่งจากนั้นเขาก็ได้ทำการสำรวจ

นอกจากนี้มันก็ได้ทำให้พวกเขานั้นได้พบกับต้นองุ่นเป็นจำนวนมากหลัจากนั้นมาพวกเขาก้ได้ตั้งชื่อให้กับสถานที่แห่งนี้ว่าวินแลนด์ จากนั้นมาก็คือพื้นราบอ่าวประเทศแคนาดา นอกจากนี้ในการค้นพบของอีริคสันในครั้งนั้นมันได้เป็นช่วงที่จะมีโคลัมบัสจะเข้าไปสถานที่แห่งนั้นเมื่อประมาณ500ปีหากมันนานขนาดนั้นจะเกิดมาแล้วกี่รอบกัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8

โพสท์ใน ประวัติศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ใครกันที่เป็นคนค้นพบทวีปอเมริกาเป็นคนแรก?

ประวัติของเกาหลีเหนือ

คุณคิดว่าประเทศอะไรที่มันได้มีความลึกลับมากที่สุดในทวีปเอเซีย สำหรับเรานั้นเราได้คิดว่า ประเทศเกาหลีเหนือ ในส่วนของประเทศเกาหลีเหนือนั้นเราคิดว่ามันได้มีความลึกลับที่ซับซ้อน

และก็ยังได้มีเรื่องราวต่างๆมากมายที่หลายๆคนนั้นยังไม่เข้าใจวันนี้เราจะพาทุกๆคนได้รู้จักกับประเทศเกาหลีเหนือในมิติของจุดกำเนิดและในการเกิดขึ้นของประเทศเกาหลีเหนือ

หลังจากสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่สองประเทศญี่ปุ่นเป็นฝ่ายพ่านแพ้ในสงครามโลกครั้งนั้น โดยฝ่ายสัมพันธมิตรที่นำโดยมหาอำนวจอย่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตได้มีบทบาทในการเป็นผู้กำหนดกติการใหม่ในทันที โดยสิ่งแรกที่ทางด้านฝ่ายสัมพันธมิตรดำเนินการกับดินแดนในคาบสมุทรเกาหลีที่ได้ถูกครอบงำโดยประเทศญี่ปุ่นมาก่อนหน้านั้นก็คือ การประกาศให้เกาหลีเป็นเอกราชจากการครอบงำของญี่ปุ่น

ซึ่งดูเหมือนว่าเหตุการณ์มันน่าจะสงบและก็เรียบร้อยดีแต่แล้วมันก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่หลายๆคนนั้นได้คาดหมายเอาไว้ ด้านสหรัฐอเมริกาและก็สหภาพโซเวียตก็ได้เริ่มเข้าทำการแทรกแซงในดินแดนในคาบสมุทรเกาหลีโดยสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตได้ทำการหาลือแล้วว่าจะแบ่งการทำงานทางทหารเพื่อที่จะทำการปลอดอาวุธของทหารญี่ปุ่นในคาบสมุทรเกาหลี

โดยโดยจะใช้เส้นแบ่งสมมุติเส้นมีขนาดที่38 ซึ่งทางด้านของสหภาพโซเวียตได้รับหน้าที่ในการปลอดอาวุธทหารญี่ปุ่นในเกาหลีตอนเหนือในขณะที่สหรัฐอเมริกาจะทำหน้าที่ปลอดอาวุธของทหารญี่ปุ่นในคาบสมุทรเกาหลีทางตอนใต้แต่แล้วทั้งสองประเทศก็ไม่ได้ทำการปลอดอาวุธทหารญี่ปุ่นแบบธรรมดา ซึ่งทั้งสองประเทศนั้นได้กลับเข้าครอบงำแล้วก็ได้ทำการยึดพื้นที่สะอย่างงั้น

เนื่องจากผลพวงจากการครอบงำแล้วก็การขยายอิทธิพลของสองประเทศเอกพิมหาอำนวจจึงได้ทำให้ดินแดนเกาหลีตอนเหนือได้มีการปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์ตามแนวทางของสหภาพโซเวียต และในส่วนทางด้านดินแดนทางตอนใต้ของคาบสมุทรเกาหลีมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตโดยได้รับอิทธิพลจากสหรัฐอเมริกานั่นเอง

ต่อมาความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตนั้นเริ่มเห็นได้อย่างชัดเจนขึ้นในปี1948 เนื่องจากสหรัฐอเมริกาได้ทำการเดินเกมก่อน ซึ่งด้านอเมริกาเองได้ทำการสนับสนุนในการสถาปันณาให้ดินแดนทางตอนใต้ของคาบสมุทรเกาหลีได้กลายมาเป็นสาธารณะรัฐเกาหลี ซึ่งก็ได้เป็นประเทศเกาหลีใต้นั้นเองและเหตุการณณืดังกล่าวนั้นก็ได้ส่งผลให้กับความคิดของโจเซฟ สตาลินผู้นนำแห่งสหภาภพโซเวียตเป็นอย่างมาก

ซึ่งได้อีกราวประมาณสองเดือนต่อมา ทางสหภาพโซเวียตก็ได้ทำการผลักดันให้เกิดการสถาบันณาดินแดนทางตอนเหนือของเกาหลีให้กลายเป็นสาธารณะรัฐประชาธิปไตประชาชนเกาหลีและนั่นก็คือประเทศเกาหลีเหนือนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  next88th

โพสท์ใน ประวัติศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ประวัติของเกาหลีเหนือ