ประวัติศาสตร์การค้นคว้างชนเผ่าคนไทยของนายวิลเลียม เคร์ดเนอร์

สำหรับการสำรวจในการค้นหาว่าคนไทยเรานั้นได้มีถิ่นกำเนิดมาจากนั้นกันแต่มันก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือได้เพราะว่าได้มีอีกหลายทฤษฎีมากมายที่มีการสำรวจของคนไทยและวันนี้เราก็ได้มีงานค้นคว้างที่มีความเกี่ยวข้องกับคนไทยพร้อมแล้วพิจารณาไปด้วยกันเลย

นอกจากนี้ก็ได้มีงานค้นคว้างที่เด่นอีกอย่างคืองานของ นายวิลเลียม เคร์ดเนอร์ ซึ่งค้นคว้าเกี่ยวกับยูนนาน โดยได้สำรวจภูมิประเทศและเผ่าพันธุ์ที่ได้ตกค้างในยูนนานสรุปว่าถิ่นเดิมของชาเผ่าคนไทยควรอาศัยอยู่ในที่ต่ำใกล้กับทะเล เลช่น มณฑลกวางสีกวางตุ่ง ส่วนในแทบอัลไตนั้น คนไทยไม่น่าจะอยู่เพราะว่าคนไทยยนั้นเาชอบการปลูกข้าวชอบดินแดนแทบร้อนไม่ชอบเนินเขา

นอกจากนั้นก็ยังได้มีนักวิชาการจากทางด้านตะวันตกอีกหลายท่านที่ได้ศึกษาเกี่ยวกับประเด็นนี้จนไม่สามารถที่เราจะนำเอามาเล่าได้ทั้งหมดงานเขียนของบุคคลเหล่านี้ก็ได้ให้แนวคิดแก่นักวิชาการไทยและต่างประเทศเช่น นายยอร์ช เซเดส์ 

ซึ่งก็ได้สรุปว่าชนชาตไทยได้แผ่ออกไปเหมือนกับผืนผ้าที่มีขนาดใหญ่มหึมาได้ปกคุมประเทศจีนแทบตอนใต้แทบตังเกี๋ยลาวสยามถึงพม่าส่วนนักประวัติศาสตร์ไทยที่ได้สนใจศึกษาค้นคว้างในประเด็นนี้ก็คือ พระยาประชากิจกรจักร์ (แช่ม บุนนาค) โดยอาศัยทั้งเอกสารไทยและต่างประเทศงานเขียนของท่านก็คือ พงศาวดารโยนก

ซึ่งได้ตีพิมพ์ในปีพ.ศ.2441- 2442งานชิ้นนี้ได้สรุปว่าคนไทยนั้นได้มาจากตอนใต้ของจีนจากนั้นก็ได้มีศาสตราจารย์ขจร สุขพานิชที่ได้เขียนสรุปถิ่นกำเนิดของคนไทยว่า มีอยู่ที่ทางตอนใต้ของประเทศจีนเขตมณฑลกวางตุ้ง กวางสี 

เมื่อ128ก่อนคริสต์ศักราชพระราชวงศ์ซางที่ได้เป็นมิตรเพื่อนบ้านกับเผ่าไทยล่มจมลงเพราะว่าบรรพบุรุษของจีนได้ตั้งราชวงศ์โจขึ้นครองบ้านครองเมืองจึงได้ทำให้พวกเจ้านายและพวกหนุ่มๆได้พาบริเวณอพยพลงมาทางตะวันตกตั้งแต่มณฑลเสฉวนเมืองเชียงตูลงล่างเรื่อยมาจนเข้าเขตยูนนานเมืองซาเหอและลงมาทางใต้ผ่านเขต12จุดไทยลงมาในเขตของประเทศลาวได้มีแขวนเผ่าไทยเดิมชื่อว่า ตูลาน

ซึ่งจีนได้เปลี่ยนชื่อเรียกว่าฉ่างโกในราชวงศ์หั่นซึ่งเมืองนี้ก็คือเมืองอาณาจักรลานช้างนั่นเองนักประวัติศาสตร์ไทยที่เป็นคนสำคัญอีกคนหนึ่งก็คือนาย จิตร ภูมิ ศักดิ์ได้ใช้วิธีในทางลุกติศาสตร์วิเคาระห์ตำนานพงเสาวดารท้องถิ่นทางเหนือของประเทศไทยและได้ตรวจสอบจารึกของประเทศที่ได้อยู่ข้างเคียงเขียนหนังสือชื่อความเป็นมาของคำสยามไทยลาวและขอมได้พิมพ์เผยแพร่ในราวพ.ศ.2519

โพสท์ใน ประวัติและตำนาน | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน ประวัติศาสตร์การค้นคว้างชนเผ่าคนไทยของนายวิลเลียม เคร์ดเนอร์

การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง2475

นอกจากนี้หลังจากที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในปี2475ก็ได้มีนายกรัฐมนตรีได้แยกไปอีกคนหนึ่งเขาก็ได้เข้ามานั่งในที่ประชุมเสนาบดีพระมหากษัตริย์ก็ทรงเป็นประมุกของรัฐการเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในแนวทางการเมืองการปกครองถามว่าอะไรคือเรื่องที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการระบบการเปลี่ยนแปลง2475คือการทำให้พระมหากษัตริย์นั้นทรงหลุดพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ซึ่งองค์เจ้า วรรณท่านพูดถูกว่าการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง2475ทำให้เรารักในหลวงมากขึ้นและเหตุผลที่ทำให้เรารักในหลวงมากขึ้นเพราะว่าท่านไม่ทรงเป็นนายกรัฐมนตรี

หลังจากที่มีการยึดอำนาจเสร็จสิ้นนอกจากการลดค่ารัฐชูประการและออกพระราชบัญญัติห้ามยึดทรัพย์กสิกรแล้วงานที่สำคัญของปรีดีและคณะราษฎรคือการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกและจัดให้มีผู้แทนราษฎรตลอดจนการเผยแพร่ระบอบประชาธิปไตยงานวางรากฐานระบอบประชาธิปไตยที่มีความสำคัญยิ่งนี้ดำเนินไปตามท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างคณะราษฎรกับกลุ่มอำนาจเก่าที่ขุขุ่นอยู่ตลอกเวลา

กล่าวได้ว่าเค้าโครงการเศรษฐกิจหรือสมุดปกเหลือนี้เป็นเอกสารที่สะท้อนถึงความคิดของปรีดีพนมยงค์ได้ดีที่สุดชิ้นหนึ่งทว่าการเสนอเอกสารนี้กลับกลายเป็นจุดหักเหของชีวิตและพลักผันเส้นทางประวัติศาสตร์สยามอันเนื่องมาจากข้อความในเอกสารนี้กลายเป็นบ่อเกิดความแตกแยกในคณะราษฎรอย่างสำคัญยิ่งเอกสารเค้าโครงการเศรษฐกิจมีใจความสำคัญคือให้รัฐบาลทยอยซื้อที่ดินจากเอกชนและจัดตั้งสหกรที่ทำการผลิตขายและจัดสวัสดีการต่างๆของชุมชนขึ้นให้กระจายครอบคุมทั่วประเทศการเสนอให้ราษฎรส่วนใหญ่เป็นลูกจ้างของรัฐและสหกรทั่วประเทศดำเนินการผลิตภายใต้กรอบของรัฐแสดงถึงแนวคิดรวบอำนาจเข้าสู่ส่วนกลางในเค้าโครงเศรษฐกิจนี้

ขณะที่การเปิดโอกาศให้สหกรควบคู่จัดการผลิตการขายตลอดจนจัดการศึกษาและปกกันตนเองแสดงถึงแนวคิดการกระจายอำนาจทั้งทางเศรษฐกิจการเมืองเค้าโครงการเศรษฐกิจ

ซึ่งนายปรีดีเรียกว่าเป็นสหกรนิยนนี้จึงได้เป็นส่วนผสมของแนวคิดสองแบบที่พยายามที่จะสร้างความเป็นธรรมทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมให้เกิดขึ้นโดยสันติสักทีผ่านการปราณีปราณอมระหว่างชนชั้นต่างๆในสังคม

นอกจากนี้เค้าโครงเศรษฐกิจอันนี้มันเป็นจุดยืนที่สำคัญรัฐธรรมนูญฉบับนี้สำคัญเลยทุกๆคนเท่ากันหมดโดยตามกฎหมายแต่มันยังไม่เท่าเทียมกันในทางเศรษฐกิจอาจจะมีความต้องการให้มีคนเท่าเทียมในทางเศรษฐกิจเพราะถ้าเท่าเทียมทางเศรษฐกิจมันก็จะเท่าเทียมกันจริงๆทางการเมืองและก็วัฒนธรรมเพราะฉะนั้นเค้าโครงเศรษฐกิจนี้ก็ต้องการที่จะยืนญัติแสดงให้เห็นถึงความเท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจ

กล่าวคือลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนการที่นำเสนอเค้าโครงเศรษฐกิจแนวตามบรรยากาศที่แนวขุนนางและกลุ่มเจ้านายจากระบอบเก่ายังคงหาทางที่จะยึดอำนาจกลับคืนประกอบกับการเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญที่นำเสนอไว้ในเอกสารนี้เป็นเรื่องที่ขณะราษฎรหลายคนลังเลที่จะเผชิญ

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้าdewabet

โพสท์ใน ประวัติศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง2475

สถาปัตยกรรมสวนลอยบาบิโลน

สถาปัตยกรรมคือสิ่งปลูกสร้างที่มีการออกแบบที่มีการผสมผสานทั้งวิทยาศาสตร์และศิลปะ สถาปัตยกรรมต้องอาศัยทั้งสองสิ่งนี้ประกอบอยู่จึงจะสามารถออกมาเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามได้ และสถาปัตยกรรมถือเป็นผลงานที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของคนหรือสถานที่นั้นออกมาได้

ว่ามีความเป็นอยู่ลักษณะรวมถึงสามารถทำให้เห็นถึงวิถีชีวิตของผู้คนได้ด้วย สถาปัตยกรรมจึงเป็นสิ่งที่มีความน่าสนใจเพราะไม่ได้มีแต่เพียงความสวยงามในด้านการออกแบบที่มีการผสมผสานของศิลปะและวิทยาศาสตรืย่างลงตัวเท่านั้น แต่ในบางสถาปัตยกรรมก็เต็มไปด้วย

เรื่องเล่าและตำนานต่างๆมากมายที่เคยเกิดขึ้นในสถานที่นั้นๆหรือเหตุกรณ์ที่ทำให้เกิดสถาปัตยกรรมที่สวยงามหรือแปลกประหลาดเหล่านั้นขึ้นมา และในโลกของเรานั้นก็มีสิ่งที่เป็นสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจอยู่ทั่วทุกทุทโลกด้วย

สวนลอยบาบินโลน ก็เป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมที่สวยงามและน่าสนใจแห่งหนึ่งของโลก สวนบาบอโลนั้นถุกจัดให้เป็น7สิ่งมหัศจรรย์ของโลกด้วย เพราะไม่เพียงแต่ความสวยงามที่มีการสร้างและออกแบบในเชิงสถาปัตยกรรมเท่านั้น

แต่สิ่งที่ทำให้สวนอห่งนี้นั้นเป็นหนึ่งในสิ่งมหัสจรรย์ก็คือเรื่องราวและเหตุการณ์ในการกำเนิดสวนลอยแห่งนี้ขึ้นมานั่นเอง สวนลอยนี้นั้นถูดตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำ สถาปัตยกรรมนี้นั้นตั้งอยู่ในประเทศอิรัก มีการสร้างโดยพระเจ้าผู้ปกครองเมืองในสมัยนั้นคือ Medo Persian Empire สถานที่สถาปัตยกรรมที่เต็มไปด้วยความงามนี้นั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นของขวัญแก่มเหสีของพระองค์นั่นเอง

และเป็นที่ประทับเพื่อพักผ่อนหย่อยใจของพระนางด้ย โดยสถานที่นี้นั้นถูกสร้างเมื่อ600ปีก่อนคริสศักราช โดยพื้นที่ในการก่อสร้างนั้นมีพื้นที่ทั้งหใด400ตารางฟุตเลยทีเดียว มีความสูงและการจัดสร้างแบ่งออกเป็นชั้นในลักษณะขั้นบนใด และในทุกๆชั้นนั้นมีการประดับและตกแต่งด้วยดอกไม้ต้นไม้อย่างสวยงาม 

เนื่องจากมีต้นไม้เยอะทำให้ต้องมีการจัดตั้งระบบน้ำจากชลประทานหรือการนำน้ำในแม่น้ำที่ล้อมรอบสถานที่นี้มาใช้ในการบริโภคและใช้สอยในส่วนต่างๆ โดยน้ำในการเลี้ยงต้นไม้นั้นจะมีการทำเป็นในลักษระน้ำตกด้วยเพื่อให้สวยงามและเป็นสิ่งที่จะไปหล่อเลี้ยงต้นไม้ได้อย่างทั่วถึง

แต่อย่างไรก็ตามสวนบาบิดลนนี้นั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่ไม่มีการทราบอบ่างแน่ชัดว่าสวนบาบิโลนนั้นมีการจัดตั้งอยู่ที่ใดกันแน่ และสวนนั้นอาจจะมีอยู่จริงแต่มีการถูกทำลายลงไปด้วยสาเหตุต่างๆ โดยสันนิษฐานว่ามีการทำลายหลังช่วงคริสต์ศักราชนั่นเอง สวนบาบิโลนนั้นถึงแม้จะเป็นสวนที่ดูจากการบันทึกแล้วนั้นจะเป็นสวนที่ดูมหัสจรรย์และสวยงาม

แต่อาจจะเป็นเพียงสวนที่อยู่ในความคิดและจินตนาการของนักเขียนชาวกรีกและโรมันเท่านั้นก็ได้ และก็มีการสันนิษบานต่อว่าอาจจะเป็นวนที่เป็นที่ตั้งขิงกษัตริย์เชนนาเชริบที่เป็นเพียงสถานที่สถาปัตยกรรมที่สวยงามและตั้งใกล้แม่น้ำเมืองโมซูลในประเทศซีเรียนั่นเอง อย่างไรก็ตามสวนลอยบาบิโลนนั้นก้เป็นสิ่งที่ได้มีการยอมรับว่าเป็นสิ่งที่สวยงามและมีการนำแบบจำลองของสวนลอยบาบิโลนนั้นไปเป็นต้นแบบในการสร้างสวนลอยในปัจจุบันด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  aesexy

โพสท์ใน ศิลปะ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน สถาปัตยกรรมสวนลอยบาบิโลน

ทำไมต้องเปลี่ยนแปลงไม่เปลี่ยนแปลงไม่ได้หรอ?

การปฏิวัติอุตสาหกรรม คือ จักรกลที่ผลักดันความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในตอนนั้นเพราะอุตสาหกรรมทำให้เกิดผู้ผลิตเกิดเจ้าของปัจจัยการผลิต และเกิดความต้องการแรงงานจำนวนมากหลายๆประเทศเริ่มตั้งคำถามกับระบอบเก่าที่ตัวเองอยู่มานาน

ซึ่งเทรนด์ ก็คือ ระบอบเก่าไม่สามารถปรับตัวเพื่อนำพาสังคมให้ไปรอดในโลกอนาคตได้เมื่อทำไม่ได้หรือไม่ได้รับการไว้วางใจการผลัดดันเพื่อการเปลี่ยนแปลงก็ตามมาและการเปลี่ยนแปลงไม่ได้หมายความว่าต้องเปลี่ยนเป็นประชาธิปไตยเสมอไปด้วยเช่น

ญี่ปุ่นทำการปฏิรูปเมจิช่วงปี พ.ศ.2432หรือ ค.ศ.1889เปลี่ยนประเทศจากระบอบศักดินาของขุนนางหรือพวกไดเมียวเป็นระบอบสมบูรณาสสิทธิราชย์

โดยจักรพรรดิขับเคลื่อนประเทศด้วยทุนนิยมมุ่งหน้าเข้าสู่การเป็นประเทศมหาอำนาจอุตสาหกรรมจนเป็นชาติเอเชียแต่ชนะสงครามกับรัเซียได้ในปีพ.ศ.2448หรือ ค.ศ.1905จากนั้นลิทธิบูชาทหารญี่ปุ่นก็รุ่งเรืองขึ้นมาทันที

การปฏิวัติซินไฮ่ในประเทศจีนเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ.2454หรือ ค.ศ.1911เป็นการปฏิวัติเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบกษัตริย์

ซึ่งได้มีมาหลายพันปีและเข้าสู่ยุคการแย่งชิงอำนาจอีกยาวนานกว่า40ปีและในช่วงของสงครามโลกครั้งที่1การเมืองในยุโปรก็ทวีความรุนแรงเกิดการปฏิวัติรัสเซียพระเจ้าซาร์หมดอำนาจในปี พ.ศ.2460หรือ ค.ศ.1917 อีกหนึ่งปีต่อมาในออสเตรีย-ฮังการี ไกเซอร์วิลเฮ็ล์มที่2ก็ถูกขับไล่เช่นกัน

สองเหตุการณ์หลังเป็นสิ่งที่ส่งอิทธิพลกับการเมืองในสยามมากๆเห็นได้จากการประกาศคณะราษฎรฉบับที่1มีช่วงหนึ่งระบุว่า ไม่มีประเทศใดในโลกจะให้เงินเจ้ามากเช่นนี้ นอกจากพระเจ้าซาร์และพระเจ้าไกเซอร์เยอรมันซึ่งชนชาตินั้นได้โค่นบัลลังก์เสียแล้ว

สำหรับประเทศสยามที่มีการเปลี่ยนแปลงมาในปี พ.ศ.2474หรือ ค.ศ.1932ถ้าเทียบกับเหตุการณ์ระดับโลกแล้วก็ถือว่าการเปลี่ยนแปลงมาช้าไปหลายสิบปีเลยทีเดียวอีกแป๊ปเดียวสงครามโลกครั้งที่สองก็จะปะทุขึ้นแล้วแล้วอย่าลืมว่าคณะราษฎรเกือบทุกคนไม่ว่าจะสายพลเรือนหรือสายทหารมีพื้นเพจากคนที่ถูกส่งไปเรียนต่อในโลกตะวันตกที่เจริญก้าวหน้าและเสรีภาพเป็นเรื่องใหญ่

โดยเฉพาะยุโรป ทั้ง ฝรั่งเศส เยอรมัน อังกฤษ ซึ่งในช่วงเวลาประมาณ ค.ศ.1920 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่งงและครั้งที่สองช่วงเวลานั้นความเจริญเริ่มกลับเข้ามาหาคนชนชั้นกลางที่มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆการผลิตที่เคยเน้นผลิตอาวุธสงครามก็เปลี่ยนมาผลิตรถยนต์จำนวนมากเพื่อให้คนเข้าถึงได้พร้อมที่เข้าถึงที่ห่างไกลมาขึ้นมีวิทยุมีโทรศัพท์ตามบ้านมากขึ้นเรื่อยๆ

โดยเฉพาะวิทยุที่เริ่มแพร่หลายเช่นในอังกฤษBBC Radioที่เป็นสื่อสาธารณะก็เริ่มออกอากาศในช่วงนั้นโทรทัศน์ขาวดำก็เริ่มประดิษฐ์ในช่วงนั้นเช่นเดียวกัน

 

สนับสนุนโดย  dewabet

โพสท์ใน ประวัติศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ทำไมต้องเปลี่ยนแปลงไม่เปลี่ยนแปลงไม่ได้หรอ?

ชนิดของสีที่ใช้ในงานศิลปะ

ผลงานศิลปะที่ศิลปินสร้างสรรค์ออกมานั้น นอกจากจะมีการวาดรูปแล้วยังมีการใช้สีในการระบายผลงานด้วย และการใช้สีแต่ละชนิดก็แตกต่างกันไปตามความสามารถ ความถนัดของศิลปินแต่ละคน ผลงานศิลปะไม่มีการจำกัดใช้ชนิดสีอย่างตายตัว ศิลปินสามารถใช้สีชนิดใดก็ได้ที่ตนเองต้องการหรือถนัด ซึ่งสีที่ใช้ในการระบาย สร้างสรรค์ผลงานศิลปะมีด้วยกันทั้งหมด  8 ชนิด ดังนี้

1.สีเทียน 

สีที่มีลักษณะเป็นฝุ่นผงละเอียดนำไปผสมกับขี้ผึ้งหรือไขสัตว์ ก่อนจะนำไปอัดเป็นแท่ง สีเทียนมีลักษณะทึบแสง สามารถทาทับสีกันได้ หากไประบายสีอ่อนไปแล้วสามารถระบายสีเข้มทับได้ และสีเทียนมักไม่เกาะติดพื้น สามารถขูดออกได้ ซึ่งมักนิยมใช้สีเทียนในวัยเด็กที่กำลังหัดวาดรูป อย่างเช่น เด็กอนุบาล เป็นต้น

2.ดินสอสี 

สีที่มีลักษณะเป็นผงละเอียดก่อนจะนำไปผสมกับขี้ผึ้ง หรือไขสัตว์ แล้วนำไปอัดเป็นแท่งดินสอ ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายสีชอล์ก แต่แท่งจะเรียวยาวกว่า และราคาถูกกว่า ดินสอสีเป็นสีที่เด็กๆนิยมใช้กัน และในปัจจุบันในการพัฒนาดินสอสีให้เป็นลักษณะดินสอสีไม้ระบายน้ำ คือนอกจากเป็นดินสอสีแล้วยังสามารถเป็นสีน้ำได้อีกด้วย โดยมีการใช้งานในลักษณธเดียวกับสีน้ำที่ต้องมีการนำพู่กันมาใช้ในการระบาย

3.สีน้ำ 

สีที่ใช้น้ำเป็นส่วนผสมหลัก ไม่ว่าจะเป็นการทำให้สีเจือจางหรือเข้มขึ้น และต้องใช้พู่กันในการระบายสี ดังนั้นศิลปินต้องมีความชำนาญในการผสมสีเข้ากับน้ำและการใช้พู่กันในแต่ละเบอร์ เพราะสีน้ำค่อนข้างควบคุมและแก้ไขได้ยาก สีน้ำเป็นสีที่มีการใช้กันมาตั้งแต่โบราณ ทั้งในทวีปยุโรป และเอเชีย โดยเฉพาะประเทศจีน และญี่ปุ่นที่มีความสามารถในการระบายสีน้ำอย่างเป็นเลิศ

4.สีโปสเตอร์ 

สีที่มีลักษณะเป็นฝุ่นก่อนนำไปผสมกาวน้ำแล้วบรรจุใส่ขวด เมื่อจะใช้งานต้องมีการใช้น้ำในการผสมสี ซึ่งมีลักษณะเดียวกับสีน้ำ ใช้น้ำเป็นส่วนผสมหลักเพื่อทำให้สีเกิดการเจือจางหรือเข้มขึ้น แต่สีโปสเตอร์จะเป็นเนื้อข้นกว่า มักใช้ในการวาดรูปออกแบบหรือวาดรูปประกอบเรื่องราวต่างๆ

5.สีชอล์ก 

สีที่มีลักษณะเป็นฝุ่นผงละเอียดผสมกาวยางไม้หรือขี้ผึ้งแล้วนำมาอัดเป็นแท่งเหมือนแท่งดินสอสี แต่สีชอล์กจะมีเนื้อที่ละเอียดและมีขนาดแท่งที่ใหญ่กว่าดินสอสี สีชอล์กถูกใช้ในการวาดภาพมากว่า 250 ปี โดยเฉพาะในงานวาดภาพเหมือน 

6.สีฝุ่น 

สีที่เกิดจากการที่มนุษย์นำหิน ดิน ทราย แร่ธาตุ สัตว์ พืชมาบดเป็นผงละเอียดแล้วผสมกับน้ำและกาวเพื่อนำไปใช้วาดรูปตามผนังในสมัยก่อน  แต่ในปัจจุบันสีฝุ่นมีลักษณะเป็นผง ถ้าจะใช้งานต้องนำสีฝุ่นไปผสมน้ำ เหมือนกับการใช้งานสีโปสเตอร์ สีฝุ่นเป็นสีที่มีความทึบแสง ศิลปินนิยมใช้ในการวาดภาพทั่วไป โดยเฉพาะการวาดภาพฝาผนัง

7.สีน้ำมัน 

สีที่มีการผสมระหว่างน้ำมันกับสีฝุ่น โดยน้ำมันที่ใช้ในการผสมส่วนใหญ่เป็นน้ำมันที่มาจากพืช มีลักษณะเป็นสีทึบแสง ศิลปินมักนิยมนำสีไปผสมสีขาวก่อนจะลงสี โดยใช้พู่กันในการระบาย สีน้ำมันค่อนข้างมีความคงทน กันน้ำและแห้งช้า จึงถูกนิยมนำไปใช้ในงานวาดรูปบนผ้าใบ งานวาดรูปที่มีขนาดใหญ่ๆ

8.สีอะครีลิค 

สีที่มีส่วนผสมของสารพลาสติกโพลีเมอร์ จำพวกสารไวนิลหรืออะครีลิค  สีอะครีลิคเป็นสีที่ถูกคิดค้นและผลิตขึ้นมาใหม่ มีลักษณะโปร่งแสงและทึบแสง คล้ายกับสีน้ำและสีน้ำมัน หากจะใช้งานต้องนำไปผสมน้ำ สีอะครีลิคเป็นสีที่มีความทนทาน กันน้ำได้ดี และเหตุนี้จึงทำให้สีอะครีลิคมีราคาที่ค่อนข้างสูง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เล่นหวยลาวยังไงให้ถูก

โพสท์ใน ศิลปะ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ชนิดของสีที่ใช้ในงานศิลปะ

ความเป็นมาของประเพณี ตักบาตรดอกไม้

ประเพณีนี้มีการจัดขึ้นที่อำเภอพระพุทธบาท โดยมีการกำหนดวันในวันที่เป็นวันแรมหนึ่งค่ำในเดือนแปด ของทุกปี ซึ่งจะเป็นวันที่ตรงกับวันเข้าพรรษาของไทยของเรานี่เอง การจัดประเพณีขึ้นมาเพื่อให้ชาวบ้านได้ไปทำการทำบุญตักบาตรกัน และนอกจากนั้นยังให้ชาวบ้านได้ทำพิธีเกี่ยวกับวันเข้าพรรษาอีกด้วย ด้วยการนำเทียนพรรษาไปถวายวัด

การทำกิจกรรมในวันเข้าพรรษาในช่วงเช้าเสร็จแล้ว ก็จะมีการเตรียมตัวในช่วงบ่ายที่เป็นการทำพิธีตักบาตรดอกไม้กัน โดยการตักบาตรดอกไม้นี้จะมีการจัดกิจกรรมที่ถนนของเส้นทางเข้าวัด โดยตั้งอยู่บนพื้นที่ ณะวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท

สำหรับดอกไม้ที่จะนำมาถวายพระหรือนำมาใส่บาตรนั้นจะเป็นดอกที่มีลักษณะเหมือนกับดอกกระชาย หรือดอกขมิ้น ลักษณะของสีนั้นจะมีทั้งสีเหลืองและสีขาว คนส่วนใหญ่จะเรียกดอกไม้ชนิดนี้ว่าดอกเข้าพรรษา เพราะมันจะขึ้นในช่วงเข้าพรรษานี้เพียงเท่านั้น

และดอกเข้าพรรษานี้จะหาได้ก็จะต้องออกไปปีนเข้าเพียงเท่านั้นนะ เพราะมันชอบขึ้นบริเวณที่เป็นไหล่เขาเพียงเท่านั้น และมันยังขึ้นในบริเวณของจังหวัดสระบุรีอย่างเดียวอีกด้วย

พิธีการตักบาตรดอกไม้ มีดังนี้

เมื่อได้เวลาอันสมควร ชาวบ้านจะพากันมารอ บริเวณทางขึ้น หรือตามบันไดที่ด้านบนมีรอยพระพุทธบาทประทับเอาไว้ โดยที่นั้นชาวบ้านจะมารอเข้าคิวกันเป็นจำนวนมาก เพราะมีความเชื่อกันว่าการที่นำดอกไม้ไปใส่บาตรหรือถวยพระสงฆ์ในครั้งนี้จะเป็นการนำให้ตนเองนั้นขึ้นไปสู่สวรรค์ในภายภาคหน้า

 นอกจากชาวบ้านจะนำดอกไม้พรรษานี้มาถวายแล้ว ยังนำน้ำใส่ขันหรือภาชนะต่างๆและโรยไปด้วยดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมต่างๆ เพื่อนำมาล้างเท้าให้แก่พระภิกษุสงฆ์ ความเชื่อในการล้างเท้านี้โดยเชื่อว่าหากว่าตนได้ล้างเท้าพระสงฆ์แล้ว จะเป็นการชำระบาปที่ตนได้กระทำลงไปทั้งตั้งใจก็ดีไม่ได้ตั้งใจก็ดี ให้หมดออกไป

อธิบายดอกเข้าพรรษา มีลักษณะเป็นอย่างไร

อย่างที่เราได้กล่าวข้างต้นไว้แล้วว่าดอกเข้าพรรษานั้น มีลักษณะคล้ายกับต้นกระชาย และลักษณะคลายกับต้นขมิ้น โดยความสูงของมันนั้นจะอยู่ที่ประมาณเพียงแค่คีบนิ้วมือนิดๆเพียงเท่านั้น สำหรับบางต้นนั้นก็จะออกดอกเป็นสีขาว สีม่วง สีเหลือง แล้วแต่พันธุ์ของมัน เพราะจะออกสีที่แตกต่างกันไป

ดอกเข้าพรรษาของที่นี่จะมีสองสายพันธุ์ด้วยกัน ได้แก่

สายพันธุ์กระเจียว โดยสายพันธุ์นี้มักจะออกดอกเป็นสีขาว ในบางที่ก็จะออกขาวอมชมพู และจะออกมามีทั้งแบบดอกใหญ่และแบบที่เปป็นดอกเล็ก

สายพันธุ์หงษ์เหิร ลักษณะเป็นก้านยาวๆ กรีบดอกนั้นจะมีความบอบบางมาก และดอกก็จะมีขนาดเล็กอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  rb88 สมัคร

โพสท์ใน ประเพณ๊และวัฒนธรรม | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ความเป็นมาของประเพณี ตักบาตรดอกไม้

ตำนานเขาตาม่องล่าย  สถานที่ท่องเที่ยวแห่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

      สถานที่ท่องเที่ยวทุกที่ย่อมมีตำนานที่เล่าขานกันต่อมาจากปู่ย่าตายาย โดยส่วนใหญ่แล้วก็จะมีการบอกเล่าถึงที่มาที่ไปความเป็นมาว่าเหตุใดเราจึงเลือกสถานที่แห่งนี้ตามชื่อนั้นๆดังนั้นวันนี้เราจะมาค้นหาตำนานของเขาตาม่องล่ายซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามแห่งหนึ่งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

แต่เชื่อได้เลยว่าหลายคนที่เคยมาเที่ยวที่นี้อาจจะไม่เคยรู้เลยว่าที่นี่นั้นเคยมีตำนานความเป็นมาอย่างไรบ้างดังนั้นวันนี้เราจะมาพูดถึงตำนานเขาตาม่องล่าย ให้ฟังกันค่ะ สำหรับตำนานที่มีคนเล่าลือกันว่าทำไมถึงเรียกที่นี่ว่าเขาตาม่องล่าย นั้น

เกิดมาจากการที่ก่อนหน้านี้มีชาวบ้านอาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่แห่งนี้มีครอบครัวหนึ่งมีลูกสาวหน้าตาสวยงามโดยครอบครัวนี้ฝ่ายชายซึ่งเป็นพ่อนั้นชื่อว่าตาม่องล่าย ส่วนคนเป็นแม่ชื่อว่านางรำพึงสองสามีภรรยานี้มีรูปสาวที่มีความสวยงามเป็นอันดับหนึ่งในหมู่บ้านใครๆต่างก็อยากจะมาสู่ขอหญิงสาวด้วยกันทั้งนั้นอยู่มาวันหนึ่งเจ้าเมืองประจวบได้ข่าวเกี่ยวกับความงามของลูกสาวของตาม่องล่าย

จึงได้มีการส่งคนมาสู่ขอเพื่อจะพาลูกสาวของตาม่องล่ายไปแต่งงานด้วยซึ่งตาม่องล่ายก็ตกลงโดยที่ตาม่องล่ายนั้นลืมบอกกับนางรำพึงผู้เป็นเมียว่าเจ้าเมืองประจวบนั้นมาขอลูกสาวและเขาได้ยกให้แล้วส่วนทางด้านนางรำพึงนั้นก็ไปเจอกับเจ้ากรุงจีนซึ่งเดินทางมาจากเมืองจีนแล้วบังเอิญได้ยินกิตติศัพท์ความงดงามของลูกสาวของแม่รำพึงจึงได้มาสู่ขอลูกสาวกับแม่รำพึง

โดยทางแม่รำพึงเองก็ได้มีการยกลูกสาวให้กับเจ้ากรุงจีนเพื่อแต่งงานโดยที่แม่รำพึงนั้นก็ไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้กับตาม่องล่ายรู้เช่นกันดังนั้นพอถึงวันแต่งงานจริงๆจึงทำให้มีขบวนขันหมากแห่มาสู่ขอลูกสาวของตาม่องล่ายและแม่รำพึง 2 ขบวนด้วยกันโดยเป็นขบวนหนึ่งมาจากเจ้ากรุงจีนและอีกขบวนหนึ่งมาจากเจ้าเมืองประจวบเมื่อทั้งสองได้มาปะทะกันที่หน้าบ้านของฝ่ายหญิงต่าง

ก็ไม่พอใจซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ตาม่องล่ายนั้นเกิดความโมโหจึงได้ทะเลาะกับนางรำพึงโดยตาม่องล่ายนั้นได้เอาหมวกโยนกระบุงใส่ไปที่นางรำพึงแต่ว่านางรำพึงนั้นหลบได้ทันทำให้กระบุงดังกล่าวนั้นไปตกในทะเล ซึ่งต่อมาตรงบริเวณที่กระบุงตกนั้น

เรียกว่าเกาะกระบุงส่วนทางด้าน นางรำพึงนั้นก็ได้มีการขว้างหมวกใส่ตาม่องล่ายแต่ตามองได้ก็หลบได้ทันทำให้หมวกนั้นไปตกทะเลซึ่งต่อมาชาวบ้านเรียกตรงนั้นว่าเขาล้อมหมวกตาม่องล่ายไม่เพียงแค่โกรธภรรยาของตนเองเท่านั้นแต่ยังโกรธลูกสาวของตนเองด้วยด้วยความโมโหตาม่องล่ายจึงฉีกร่างลูกสาวออกเป็น 2 ส่วนหลังจากนั้นก็โยนไปคนละฝั่งเลยฝั่งนึงเดี๋ยว

โอนไปให้เจ้าเมืองกรุงจีนอีกฝั่งนึงนะเดี๋ยวโอนไปให้เจ้าเมืองประจวบซึ่งฝั่งที่โยนไปให้เจ้ากรุงจีนนั้นร่างของลูกสาวตามของไร่ไปตกในทะเลจันทบุรีซึ่งที่นั่นมีการตั้งชื่อเกาะเกาะหนึ่งว่าเกาะนมสาวส่วนอีกสิ่งนึงที่โยนไปให้เจ้าเมืองประจวบนั้นไปตกอยู่ที่ทะเลตรงอำเภอปราณบุรีจึงมีเกาะที่ชื่อว่าเกาะนมสาวเช่นเดียวกันและนี่คือที่มาของเกาะทั้งหลายที่มีการเรียกชื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวกัน

ในปัจจุบันนี้อย่างไรก็ตามจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นทำให้แม่รำพึงนั้นเสียใจวิ่งหนีออกไปร้องไห้ฟูมฟายอยู่บนริมชายหาดและเธอก็ตายตายตรงริมหาดนั้นเองซึ่งต่อมาหาตรงนั้นก็เรียกว่าหาดแม่รำพึงส่วนตาม่องล่ายนั้นก็เสียใจเช่นเดียวกันออกมานั่งกินเหล้าตรงบริเวณริมทะเลจนตายซึ่งต่อมาตรงบริเวณที่ตามของไร่ตายนั้นก็เรียกว่าเขาตาม่องล่ายนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์

โพสท์ใน ประวัติศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ตำนานเขาตาม่องล่าย  สถานที่ท่องเที่ยวแห่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ตำนานสงครามญี่ปุ่นบุกเข้าโจจมตีเพอฮาเบอร์

เริ่มเรื่องในวันที่4ธันวาคม ปี1937 ที่โตเกียว ตัวแท้ของประเทศอังกฤษก็ได้เข้าประชุมหาลือเพื่อให้เกิดความสงบสุขในทะเลแปซิฟิกพลเรือเอกยามาโมโต้ของญี่ปุ่นคนนี้เขาได้เป็นคนที่เชิญทุกคนมาและในที่ประชุมก็มีเรตั่นที่เป็นคนของอเมริกาได้เข้าประชุมด้วย และหลังจากประชุมเสร็จ พลเรือเอกยามาโมโต้กับเรตั่นก็ได้เข้ามานั่งคุยกันตอนนี้ญี่ปุ่นกำลังฮิกเหิมที่สามารถบุกเข้าจีนได้และอยากจะมีอำนาจที่เหนือโลก

แต่น้ำมันส่วนใหญ่แล้วมันได้มาจากอเมริกาและถ้าน้ำมันเหล่านั้นมันได้เป็นภัยคุกคามญี่ปุ่นก็อาจจะต้องใช้ความรุนแรงเหมือนพลเรือเอกยามาโมโต้เขาได้ขู่เรตั่นและก็ได้ให้เรตั่นได้ไปบอกกับทางวอชิงตันอย่างให้เรื่องของน้ำมันจะต้องมาบีบบังคับให้ทำ 

4ปีต่อมาก็ได้เกิดสงครามขึ้นทั่วโลกญี่ปุ่นได้บุกจีนฮิตเลอร์ก็ได้เข้าโจมตีนยุโรปอย่างสายฟ้าแลบตอนนี้อเมริกายังได้วางตัวเป็นกลางอยู่ 

หลังจากนั้นมาในวันที่7ธันวาคม ปี1941ที่เรือบรรทุกเครื่องบินUSS Enterprise170ทางตะวันตกนิเวย์ที่ได้อยู่หน่วยเครื่องบินทิ้งระเบิด 

ซึ่งตอนนั้นเขาได้กำลังซ้อมบินกันอยู่แถมยังได้ซ้อมเอาเครื่องบินลงอย่างหวาดเสียวทุกๆคนต่างก็ได้พากันลุ่มว่าเครื่องบินลำนี้มันจะตกไหมแต่สุดท้ายนิเวย์เขาก็สามารถที่จะนำเอาเครื่องบินลงจอดได้อย่างปลอดภัยและนิกสันที่เป็นเพื่อนกันของนิเวย์

ซึ่งกลุ่นของเขาก็ได้รับคำสั่งมาจากแมคคาดี้ที่ได้เป็นหัวหน้ากองบินให้กองบิน6ให้บินไปที่เพอฮาเบอร์และนิเวย์เขาก็ไม่ได้ไปด้วยในภาระกิจนี้

หลังจากนั้นกลับมาที่เรือUSS Arizonaที่เพอฮาเบอร์และนั่นก็คือเรือโทลอยเฟียสังกัดกองทัพเรือของสหรัฐ ซึ่งเขาได้เป็นเพื่อนรวมรุ่นกับนิเวย์และนิกสันอีกด้วยทั้งสามคนนี้เขาได้สนิทกันเป็นอย่างมาก ซึ่งในตอนนั้นเขาก็ได้สั่งให้ลูกเรือนั้นให้ได้จัดเตรียมโต๊ะอะไรสักอย่างอยู่ๆเสียงเครื่องบินและเสียงระเบิดมันก็ได้ดังขึ้น

ซึ่งญี่ปุ่นได้เข้าโจมตีเพอฮาเบอร์และได้ยิงถล่มเรือรบของอเมริกันจมทะเลไปหลายลำ โดยที่อเมริกายังไม่มีโอกาสที่จะตอบโต้เพราะอเมริกาไม่คิดว่าญี่ปุ่นจะบุกเข้าโจมตีที่เพอฮาเบอร์แบบสายฟ้าแลบแบบนี้ลอยเฟียเขาได้พยายาใช้ปืนใหญ่ที่จะยิงต่อสู้เขาได้ยิงจนเขาได้จมไปพร้อมกันกับเรือส่วนนิกสันที่ได้ขับเครื่องบินมาที่เพอฮาเบอร์พวกเขานั้นได้ขับกันมาแค่เพียงสองลำเท่านั้น

พอทั้งสองได้ขับเครื่องบินมาถึงเขาก็ได้ถูกเครื่องบินทางญี่ปุ่นเข้าโจมตีและถูกยิงจนทำให้เครื่องบินตกลงไปทะเลหนึ่งลำจากนั้นนิกสันก็ได้วิทยุแจ้งไปว่าตอนนี้เพอฮาเบอร์โดนโจมตีพอแจ้งเสร็จพวกเขาก็ได้ถูดกเครื่องบินของศัตรูยิงล่วงลงไปในทะเล

 

สนับสนุนโดย  entaplay poker

โพสท์ใน ประวัติศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ตำนานสงครามญี่ปุ่นบุกเข้าโจจมตีเพอฮาเบอร์

ประเทศจีนเขาสืบเชื้อสายกันอย่างไร

ในแต่ละประเทศก็จะมีการปกครองในรูปแบบที่ไม่เหมือนกันและตำแหน่งของผู้นำก็จะแตกต่างกันไปตามระบอบการปกครองบาง ประเทศมีการเลือกตั้งผู้นำสูงสุด โดยตรงผู้นำมีตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีบางประเทศก็มีการเลือกตั้งทางอ้อมผู้นำพรรคที่ชนะ

การเลือกตั้งจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีบางประเทศใช้ระบบผู้สืบสายเลือดในระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และก็ยังมีบางประเทศที่ยังใช้ระบบในการสืบสายเลือดในแบบของด้านประธานาธิบดีมันเป็นอะไรที่ดูแปลกดี นอกจากนี้ก็ยังมีประเทศที่เป็นลักษณะเป็นรัฐบาลหุ่นได้มีการคัดเลือดเกิดขึ้นมา

จากผู้ที่ได้มีอำนาจที่ได้สั่งการอยู่ภายนอกประเทศและในวันนี้เราไม่ได้จะออกมาพูดว่าระบบไหนมันจะดีหรือว่ามันไม่ดี ซึ่งวันนี้เราก็จะมาพูดถึงในเรื่องของผู้นำสาธารณะรัฐในประเทศจีน

กล่าวคือ ด้านของสาธารณะประชาชนจีน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นประเทศที่มีอายุน้อยมากกว่ามันได้เป็นระบอบของการปกครองที่ได้ก่อตั้งขึ้นมาเป็นสาธารณะประชาชนจีน โดยได้มีเหมาเจ๋อตง เมื่อประมาณปี ค.ศ.1949 เราจะบอกว่ามันได้เป็นประเทศที่เกิดขึ้นมาใหม่มันก็คงจะไม่ผิด

โดยเรื่องของผู้นำมันก็คงจะเป็นเรื่องที่น่าสนใจอยู่พอสมควร ซึ่งในประเทศจีนที่ได้มีจำนวนประชากรที่เยอะมากอีกทั้งยังได้มีเรื่องของเศรษฐกิจเป็นอันดับสองของโลกอีกด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีอำนาจในด้านของทหารอีกด้วยในส่วนของทหาร

และยังได้มีการแพร่ออกไปจนทั่วทุกมุมโลกอีกด้วย ซึ่งเราควรที่จะศึกษาในด้านระบบของการเมืองของพวกเขากัน เนื่องจากสาธารณะรัฐประชาชนจีนนั้นยังได้มีการปกครองในระบบพรรคเดียวกันและที่เป็นพรรคเดียวนั้นก็คือเหล่าพรรคคอมมิวนิสต์ของประเทศจีน ซึ่งพรรคคอมมิวนิตส์ก็ได้เข้ามาปกครองประเทศจีนตั้งแต่เหมาเจ๋อตงที่ได้ประกาศจัดตั้งสาธารณะรัฐของประชาชนจีน ใน ค.ศ.1949

โดยจนมาถึงปัจจจุบันนี้ก็ได้มีอายุมากกว่า70ปี ซึ่งในระยะเวลา70ปีประเทศจีนนั้นก็ได้มีผู้นำสูงที่สุดถึงประมาณ6คนและอยากจะบอกว่าใน4คนนั้นต้องบอกเลยว่าเป็นรุ่นออริจินัลกันเลยทีเดียว ซึ่งพวกเขานั้นได้มีส่วนร่วมในการปฏิวัตอีกทั้งยังได้มีส่วนร่วมของการรบในสมัยของสงครามกลางเมืองกับพวกพรรคก๊กมินตั๋งบวกกับได้มีส่วนการรบในสมัยของสงครามโลกครั้งที่สองมีทั้งหมดด้วยกัน

อยู่สี่คนก็คือ เหมาเจ๋อตงหลิวเส้าฉีเติ้งเสี่ยวผิงและก็เจียงเจ๋อหมินและอีกสองคนหลังได้แก่หูจิ่นเทาและสีจิ้นผิงที่ยังได้เป็นผู้นำคนในปัจจุบันนี้เองได้เป็นบุคคลที่ได้เกิดมายังไม่ทันในยุคสมัยนั้นจะถือว่าเป็นคนรุ่นใหม่เลยก็ว่าได้

 

สนับสนุนโดย  entaplay pantip

โพสท์ใน ประวัติศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ประเทศจีนเขาสืบเชื้อสายกันอย่างไร

ตำนานเสือสมิงมีจริงหรือไม่?

สำหรับเรื่องราวของเสือสมิงและใครที่ได้ล้ำเรียนวิชาจนเสร็จสมบูรณ์แล้วคนๆนั้นจะยังไม่สามารถที่จะแปลงกายเป็นเสือได้เลยในทันทีได้อย่างสมบูรณ์แต่ถ้าหากว่าใครที่อยากจะแปลงกายเป็นเสือได้อย่างเต็มตัวอย่างสมบูรณ์แบบแล้วล่ะก็

ซึ่งในสิ่งสุดท้ายในขั้นตอนสุดท้ายนั้นคุณจะต้องออกไปฆ่าคนนั่นเอง ซึ่งตรงจุดนี้มันยังได้เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่มีความเกี่ยวข้องกับเสือสมิงในส่วนของตามความเชื่อที่เขาได้มีการพูดกันต่อมา ซึ่งตรงจุดนี้อย่างที่เราได้พูดกันไปว่าในส่วนของความเชื่อนั้นยังไงมันก็ยังเป้นความเชื่อ

ซึ่งในความชื่อตรงส่วนนี้มันก็ยังได้มีอยู่สิ่งหนึ่งที่มันได้ทำให้เราได้สนใจสิ่งนั้นนั่นก็คือมันได้มีสิ่งหนึ่งเป็นเหตุการณ์ประหลาดที่ได้มีหลายๆสิ่งหลายๆอย่างอีกทั้งมันก็ยังได้มีการบันทึกเอาไว้เป็นข้อมูลลายลักษรด้วย ซึ่งเราต้องบอกก่อนเลยว่าในส่วนเรื่องของตำนานเสือสมิงเราจะขอพูดเลยว่ามันได้มีอีกหลายตำนานเยอะแยะมากมาย

ซึ่งตามที่เราได้ไปศึกษาหาข้อมูลมันได้มีตำนานที่เขาได้มีการเล่าต่อๆกันมามันได้เป็นในตำนานของความเชื่อที่เขาได้มีการพบเห็นที่เป็นรูปภาพแบบเลื่อนรางหรือมันจะเป็นบางตำนานที่เขาได้มีการสร้างมันขึ้นมามันก็อาจจะมีเยอะแยะด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ก็ยังได้มีตำนานที่มันได้ทำให้เราน่าสนใจมากที่สุดก็คือมันก็จะมีอยู่สองตำนาน ซึ่งตำนานทั้งสองตำนานนี้มันได้เป็นตำนานที่ได้มีใครต่อหลายคนเขาได้พูดถึงกันอยู่บ่อยมากทั้งยังได้มีคนพูดเหมือนๆกันและก็ไม่ได้พูดอยู่ในพื้นที่เดียวกัน

ซึ่งมันได้มีการเล่าคานกันไปทั่วในทุกพื้นที่ในประเทศไทยทุกพื้นที่ต่างก็ได้บอกเหมือนกันว่ามันได้มีการเกิดสิ่งๆนี้จริงๆ ซึ่งเราอยากจะขอพูดไปทีละตำนานไป ซึ่งได้มีตำนานเรื่องของการบอกเล่าของพระธุดงค์

นอกจากเรื่องของพระธุดงค์หากใครที่ไม่เข้าใจของความหมายมันคือการที่พระท่านได้เดินเข้าไปปฏิบัติธรรมในทุกพื้นที่ต่างๆไม่ว่าจะเป็นบนป่าหรือบนเขาหรือในพื้นที่ไหนก็แล้วแต่ตรงนี้เขาได้เรียกว่าการธุดงค์ซึ่งพระส่วนใหญ่ที่ไปปฏิบัติธรรมนอกพื้นที่เขาก็จะทำแบบนี้กันโดยตำนานของพระธุดงค์ตรงนี้เขายังได้บอกเอาไว้อีกว่าได้มีพระธุดงค์รูปหนึ่งได้ทำการธุดงค์ไปถึง

สถานที่แห่งหนึ่งที่ดูเหมือนว่าเป็นพื้นที่ที่ได้อยู่ใต้ตีนเขาที่ได้อยู่ในพื้นที่ป่าลึก ซึ่งในช่วงแรกที่พระธุดงค์ท่านนี้ท่านไม่ได้มองเห็นเหมือนว่าสำนักสงฆ์เลย ซึ่งสถานที่แห่งนี้มันดูเหมือนว่ามันเป็นสถานที่ร้างซึ่งท่านก็ได้มองเห็นว่าท่านก็คงคิดว่ามัอาจจะเป็นวัดร้างที่ไม่มีพระองค์ใดอาศัยอยู่เลย

 

สนับสนุนโดย  entaplay มือถือ

โพสท์ใน ตำนาน | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ตำนานเสือสมิงมีจริงหรือไม่?