ประวัติศาสตร์และแรงศรัทธาแห่เขาพนมรุ้ง

ประเทศไทยถือว่าเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมประเพณีโบราณสถานอันทรงคุณค่ามากมาย

ที่อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งหรือปราสาทหินพนมรุ้งก็ยังเป็นหนึ่งในโบราณสถานที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญและยังเป็นเอกลักษณ์ประจำจังหวัดของจังหวัดบุรีรัมย์อีกด้วยและในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์และต้นเดือนมีนาคมของทุกปีจะมีประเพณีที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้นที่นี้

เพื่อเป็นการแสดงความเคราพต่อสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ในประเทศไทยมีปราสาทหินที่ยิ่งใหญ่และสำคัญอยู่3แห่งมีหลักฐานการสร้างปรากฏตามความเชื่อของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูนั้นก็คือ ปราสาทหินพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ปราสาทเขาพระวิหาร จังหวัดศรีษะเกษ และสุดท้าย ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง จังหวัดบุรัรัมย์ ที่ได้มีความโดนเด่นมากที่สุ

ดในด้านสถาปัตยกรรมที่มหัศจรรย์และยังมีที่ตั้งที่บนภูเขาไฟที่ดับสนิดแล้วอีกด้วยแค่เพียงเดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้ก็สามารถรับรูถึงมนต์ ขลังความศักดิ์สิทธิ์และแรงศรัทธาของคนจังหวัดบุรัรัมย์ ปราสาทหินพนมรุ้งจึงไม่ได้เป็นแค่เพียงโบราณสถานประจำจังหวัดเท่านั้น

แต่ยัเป็นศุนย์รวมจิตใจของคนชาวบุรัรัมย์ตั้งแต่สมัยอดีตยาวนานมาจนถึงปัจจุบันย้อนกลับไปในยุคสมัยขอมอาณาจักรโบราณดินแดนแห่งนี้นับว่าเป็นดินแดนพื้นใหญ่ที่รวมไว้จากคนหลายชาติหลายพันธุ์จนในปัจจุบันหล่อหลอมเป็นสยามประเทศทำให้คนที่บริเวณนี้มีความสนิดชิดเชื้อเสมือนดั่งญาติพี่น้องพื้นที่แห่งนี้จึงเปรียบเสมือนแหล่งรวมอษรยธรรมที่หลากหลายเป็นเหมือนลากเง้าของวัฒนธรรม

ในแต่ละยุคสมัยดั้งสังเกตได้จากวัฒนธรรมตามความเชื่อภาษารวมไปถึงอาหารการกินที่ยังคงหลงเหลืออยู่ชุมชนโดยบริเวณโดนรอบนั้นจากที่ได้มีการสำรวจทางโบราณคดีของอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งที่ผ่านมาก็ได้พบว่าในรัศมี10กิโลเมตรโดยรอบเขาพนมรุ้งนั้นมีชุมชนโบราณอย่างน้อย46แห่งและหลายแห่งนั้นได้มีพัฒนการมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายนั้นมันก็ได้หมายความว่าโดยบริเวณโดยรอบเขาพนมรุ้งมีผู้คนมาแล้วอย่างน้อย2000ปีมาแล้ว

ตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายทำให้พื้นที่พนมรุ้งโดยรอบเขามีปัจจัยเกื้อหนุนในการพัฒนาความเป็นชุมชนให้กลายเป็นเมืองและกลายเป็นแขวงและเรื่องของคนบุรัรัมย์เราอย่าไปมองว่าคนบุรัรัมย์เป็นเฉพาะคนที่อยู่บนพื้นแผ่นดินไทยแต่เมื่อก่อนนั้นมันไม่มีพรมแดนและระหว่างคนบุรัรัมย์และคนกัมพูชาหรืออะไรก็ตามคนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือคนในภาคกลางเป็นผู้ที่อพยพถ่ายเทกันมาตลอดได้เป็นพี่น้องกันมาตลอดประเพณีขึ้น

เขาพนมรุ้งได้ถูกจัดต่อเนื่องมานับ79ปีแล้วเพื่ออนุรักษ์สืบสารประเพณีและส่งเสริมการท่องเที่ยวทางอารยธรรมขอมโบราณในงานจะมีพิธีการบวงสรวงปราสาทพร้อมทั้งจำลองรูปแบบของกระบวนการแห่

โพสท์ใน ประวัติและตำนาน | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน ประวัติศาสตร์และแรงศรัทธาแห่เขาพนมรุ้ง

กำเนิดพระราชวังแห่งเดียวในไทยที่ตั้งบนเกาะ

ณ  บนเกาะสีชังที่จังหวัดชลบุรี  เมื่อนานมาแล้วนั้นก็ประมาณ 100 ปี

ที่ทีปรากฏการสร้างพระราชวัง  พระจุฑาธุชราชสถาน ที่เป็นที่พักของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ 5 และพระราชวงศ์ แต่ว่าเป็นการที่กำลังดำเนินการที่ยังไม่เสร็จก็ต้องมีบางส่วนนั้นที่ต้องถูกถอนสิ่งปลูกสร้างบางส่วนนั้นออกไป  

ก่อนที่พระราชวัง  พระจุฑาธุชราชสถาน นั้นได้ถูกสร้างขึ้นในช่วง ปี  พ.ศ.2431

ที่บนเกาะสีชังซึ่งเคยเป็นที่ประทับของพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี  และสมเด็จพระเจ้า ลูกยาเธอเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ นั้นทรงได้ประชวรอยู่ โดยมีหมอนั้นได้บอกว่าให้คำแนะนำว่าให้ไปประทับ  ณ เกาะสีชัง เพราะว่าเป็นอากาศที่ดีและได้บรรยากาศจากทะเลซึ่งอาจจะทำให้อาการนั้นทุเลาลงก็ได้  

  ในนั้นทั้งสองพระองค์ก็ได้เสด็จไปตามคำของหมอหลวงเพื่อที่จะไปประทับรักษาตัว เสด็จมาพักที่เป็นเรือนหลวงซึ่งที่เคยเป็นที่ฝรั่งนั้นได้เช่าและอยู่ ในบริเวณนั้นเป็นบริเวณที่ติดต่อกับเขตของวัด  ซึ่งได้เล่าต่อกันมาว่าเกาะสีชังเป็นแหล่งที่ชาวต่างชาตินั้นนิยมและชอบเดินทางไปรักษาตัวกันมาก และยังมีปรากฏว่าเคยใช้เป็นที่พักฟื้นของ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าอัษฎาวค์เดชาวุธ อีกพระองค์ด้วย  

     และในเมื่อเวลาต่อมาเมื่อปี 2432 นั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 5 นั้นได้มีคำสั่งให้สร้างเรือนนั้นขึ้นอีก  สามเรือนได้แก่ เรือน วัฒนา เรือน ผ่องศรี และเรือนอภิรมย์ ซึ่งเป็นตามพระนามของสมเด็จพระนางเจ้าวัฒนาพระราชเทวี พระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี  พระวรราชเทวี และพระนางเจ้าสายสวลีภิรมย์ ตามลำดับ และก็พร้อมให้ที่ตรงนี้นั้นเป็นที่สถานที่พักฟื้นผู้ป่วย  

  ซึ่งในรัชกาลที่ 5 นั้นได้ทรงพระราชทานนามพระราชนั้นว่า ( พระจุฑาธุชราชฐาน  ) โดยพระราชฐานที่แห่งนี้นั้นได้ประกอบด้วยพระที่นั่งทั้ง 4 องค์ พร้อมกับการที่สร้างพระตำหนักนั้นขึ้นอีก  14 ตำหนัก โดยมีสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังสีสว่างวง์ กรมพระภาณุพันธุวงษ์วรเดช นั้นเป็นแม่กอง  โดยออกแบบ ภายในนั้นมีพระราชฐานยังมีสระน้ำ ลำธารน้ำ บันได และก็ทางเดินด้วยเท้า   

    และในเมื่อปี 2436 นั้นได้เกิดเหตุการณ์  ร.ศ.112 เกิดข้อพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศสเรื่องดินแดงแบ่งเขตนั้นฝรั่งเศสนั้นได้เข้ามาปิดล้อมอ่าวไทยที่รวมไปถึงเกาะสีชัง  ซึ่งทำให้การก่อสร้างพระที่นั่งและตำหนักต่างๆนั้นต้องหยุดการก่อสร้างนั้นลง   

และในเวลาต่อมานั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว  ทรงได้มีคำสั่งให้มีการรื้อถอนพระที่นั่นนั้นออกที่สร้างด้วยไม้นำออกไปสร้างที่อื่น ซึ่งบางแหล่งข้อมูลนั้นไม่มีหลักฐานว่าได้ไปสร้างที่ไหนนั้นบ้าง  แต่ว่าแหล่งนั้นก็ได้ระบุชื่อเช่นอย่างเป็นพระที่นั่งมันธาตุรัตน์โรจน์ เป็นต้น  

โพสท์ใน ประวัติและตำนาน | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน กำเนิดพระราชวังแห่งเดียวในไทยที่ตั้งบนเกาะ

สถูปคู่กับเขตชายแดนเขาพระวิหาร

นานมาแล้วนับพันปีที่กระแสอารยธรรมโบราณแผร่คลุมไปทั่วแนวผาหลักฐานเก่าแก่ที่สุดคือภาพสะลักนูนต่ำ ซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่านับพันปี

สำหรับทางลงไปชมภาพสลักมีบรรไดสร้างเอาไว้เพื่ออำนวยความสะดวกโดยบนแผ่นผาหินทรายปลายบรรไดมีภาพสะลักนูนต่ำเป็นบุคคลชมชั้นสูงได้หันหน้าไปทาทิศตะวันออก ซึ่งยังมีการเถียงกันถึงอายุภาพสะลักนี้แต่สิ่งที่ได้เห็นตรงกันคือการแกะสลักได้มีมาก่อนการสร้างปราสาทเขาพระวิหารและยังมีบางความเห็นได้ระบุเอาไว้ว่าช่างที่ได้มาแกะสะลักที่หน้าผา

อาจจะต้องการทดสอบฝีมือของตนก่อนที่จะลงมือจริงกับปราสาทที่ไหนสักแห่งหรือบางทีปราสาทแห่งนั้นมันอาจจะเป็นปราสาทเขาพระวิหารก็เป็นได้และไกล้กับที่จะเดินไปชมภาพที่แกะสะลักมีบนดกเล็กๆที่ตั้งอยู่พร้อมกับเสาธงชาติไทย

ซึ่งเสาธงนี้เคยตั้งอยู่ที่ปราสาทเขาพระวิหารก่อนเกิดกรณีพิพาทเมื่อปีพุทธศักราช2505

จากที่นี่เราสามารถที่จะมองเห้นปราสาทเขาพระวิหารที่ได้สร้างอยู่บนชง่อนผาได้อย่างชัดเจนนอกจากปราสาทเขาพระวิหารเมื่อได้มองจากจุดนี้เรายังจะเห็นโบราณสถานอีกแห่ง ซึ่งที่นั้นเราสามารถที่จะเดินลงไปศึกษาทางเท้าได้สถูปคู่เป็นอาคารศิลาสองหลังตั้งอยู่เคียงคู่กันมีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยมหลังคาบาตรคว่ำมีความสูงราวๆประมาณ4เมตรเศษก่อด้วยแท่งหินทรายที่ได้ตัดและตกแต่งอย่างปราณีต

สันนิษฐานว่าหน้าจะสร้างมาตั้งแต่กลางพุทธศตวรรษที่16ในศิลปะแบบปาปวนภายในสถูปคู่ได้พบฐานโยนีและศิวลึงค์อันเป็นสัญลักษณ์ในการเกิด ซึ่งก็ได้เชื่อกันว่าสถูปคู่หน้าจะใช้เป็นตัวแทนความอุดสมบูรณ์เมื่อเดินเลยไปจากสถูปคู่จะได้พบกับถนนลาดยางที่นำพาไปสู่ลานหินกว้าง

ซึ่งได้ถูกประดับด้วยหลุมกุมภลักษณ์ที่มีขนาดเล็กๆเป็นจำนวนมาและที่สุดลานหินได้มีเสาเหล็กกับลวดแหลมปักเรียงการเป็นแนวกั้นทางเขตชายแดน ไทย กัมพูชาลานหินนี้เป็นจุดสุดท้ายที่สองเท้าของเราจะก้าวย่างมาถึงได้สมัยก่อนจากจุดนี้เราสามารถเดินเท้าต่อไปเพื่อที่จะขึ้นไปยังปราสาทเขาพระวิหารแต่วันนี้เราทำได้แค่เพียงยืนมองรอบๆปราสาทที่เรามองเห็นอยู่ไกลๆเพียงเท่านั้น

ถึงแม้ว่าวันนี้เราจะยังไปไม่ถึงตัวปราสาทเขาพระวิหารแต่นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทีมงานนั้นได้เดินทางมาถึงลานหินแห่งนี้เพราะเมื่อหลายปีก่อนพวกเราเองก็ยังได้เคยมาที่นี้และก็ได้เดินทางกันต่อไปยังปราสาทเขาพระวิหารมาแล้วครั้งหนึ่ง

โพสท์ใน ประวัติศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน สถูปคู่กับเขตชายแดนเขาพระวิหาร

เมืองลับของ มาชู ปิกชู

เมื่อซากอารยธรรมแห่งอินคาซึ่งได้ซ้อนตัวอยู่ในหุบเขามานานกว่า350ปีได้ถูกเปิดเผยขึ้นในสมัยยุคปัจจุบันและมรดกทางวัฒนธรรมแห่งนี้มันจึงได้มีการโหวตให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งที่มหจรรย์ที่สำคัญของโลกในยุคสมัยใหม่แต่ทำไมผลงานชิ้นนี้ที่ได้สร้างจากหินแกรนิตนี้

ทำไมมันเกิดขึ้นมาได้และใครที่เป็นบุคคลที่สร้างอารยธรรมแห่งนี้ขึ้นมาและที่สำคัญมันไปปรากฏอยู่บนยอดเขาสูงกว่า2,450ได้อย่างไร

เมืองลับ มาชู ปิกชู

มันเป็นซากเมืองที่มันท้าทายคำอธิบายว่าใครเป็นบุคคลที่สร้างมันขึ้นมาและทำไมถึงได้มาสร้างที่นี่ด้วยความที่ไม่มีกำแพงล้อมมันจะดูไม่เหมือนป้อมปราการและยิ่งไปกว่านั้นยังมีน้ําพุและบ่อน้ำขนาดเล็กวิหารและแท่งบูชาที่กักจากหินแกรนนิตแต่หาคำอธิบายได้น้อยนิดว่าคนเราซึ่งไม่ได้มีเครื่องมือเหล็กหรือรอกแต่สร้างผลงานชิ้นเอกได้ยิ่งใหญ่ขนาดนี้

และเพื่ออะไรตอนนี้ได้มีการวิจัยในรูปแบบใหม่ที่กำลังจะไขความลับเหล่านี้จากร่างกายและกระดูกของผู้คนที่เคยอยู่ที่นี่จากนั้นลึกลงไปใต้เมืองได้เบาะแสจำนวนมากและข้างใต้นั้นมีเรื่องราวของกษัตริย์ที่เป็นมัมมี่การเปิดเผยความจริงนี้จะทำให้วิญญาณใน มาชู ปิกชูเป็นสุกหรือไม่สำหรับความสูง2,450เมตรบนเขาแคบๆบนเทือกเขาแอนดีสมาชู ปิกชูเป็นสิ่งมหจรรย์ที่ลึกลับ

และไกลโพ้นที่ทอดข้ามยอดสันเขาแห่งนี้มีโครงสร้างมากกว่า200โครงสร้างที่สร้างด้วยหินที่บรรจงตัดอย่างปราณีตบ้านมีลักษณะเหมือนบ้านและมีวิหารพื้นที่มีหญ้าสีเขียวถึงครึ่งเฮกเตอร์ซึ่งได้รับแร่ธาตุจากทางน้ำและน้ำพุมันเป็นเมืองที่สาปสูญที่ซึ่งประตูทางเข้าและทางเดินบอกใบ้ถึงวิญญาณในอดีตสถานที่ที่ครั้งหนึ่งมันเคยสวยงามและเป็นที่สงสัยไม่มีเบาะแสที่ถูกร่างเอาไว้ในนี้ไม่มีการสลักเพื่อบ่งบอกถึงจุดประสงค์ที่จุดสูงสุดปริศนามีแต่ลึกลับมากขึ้น

ตรงนั้นเป็นที่ตั้งเสาหินซึ่งได้แกะสลักอย่างงดงามเป็นปริศนาที่ยิ่งใหญ่ซึ่งได้ปกคลุมสถานที่นี้จากความสูงระดับนี้ทำให้ทิวทัศน์ดูน่าทึ่งรวมถึงเกิดความอยากรู้คนสร้างยกหินทั้งหมดนี้ขึ้นมาสร้างได้อย่างไร

แถมยังตัดได้เป็นรูปทรงและยังไม่ต้องใช้ปูนเพื่อยึดกำแพงให้แข็งแรงอีกด้วยใครที่เป็นคนสร้าง มาชู ปิกชู และทำไมถึงได้เลือกที่จะสร้างในสถานที่แห่งนี้ซึ่งไม่น่าเป็นไปได้นี้และที่น่าทึ่งไปกว่านี้ทำไมถึงได้ปล่อยทิ้งร้างให้มันอยู่แบบนี้ตลอดทั่วทั้งเมืองดูเหมือนว่าหินจะถูกนำเอามาวางเอาไว้เฉยๆเมื่อต้องหยุดสร้างชั่วขณะ

โพสท์ใน ประวัติและตำนาน | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน เมืองลับของ มาชู ปิกชู

โบราณสถานที่เราควรรู้

เดี๋ยวนี้มองไปทางไหนก็จะมองเห็นคนว่วนใหญ่นั้นมีการแต่งกายเป็นแม่หญิงด้วยกันทั้งนั้นด้วยการควงคู่กับท่านหมื่นเป็นการเที่ยวโบราณสถานกันโดยมีการคึกคักกันอย่างมากมาย สำหรับบางคนนั้นก็อยากเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของประวัติศาสตร์ หรือบางคนนั้นก็จะเป็นการหามุมถ่ายภาพแนววินเทจนั่นเอง เพราะพวกเขานั้นอินกับกระแสของละคร ดังนั้นวันนี้เราจะพาไปย้อยอดีตกันเพื่อเป็นการซึบซับและภูมิใจความเป็นไทยกับสถานที่โบราณสถานแต่ละสถานที่จะมีอะไรน่าดึงดูดและน่าสนใจอะไรบ้าง

อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

อันดับแรกก็ไปที่อุทยานกันเลยเพราะเรานั้นจะพาไปสัมผัสความรุ่งเรืองของกรุงศรีอยุธยา ซึ่งสำหรับอดีตนั้นได้มีราชธานีที่ปกครองแผ่นดินมายาวนาน ถึงประมาณ 417 ปีเลยนะ สำหรับภายในนั้นจะเรื่องราวเกี่ยวกับโบราณสถานเยอะแยะมากมายเหมาะแก่การท่องเที่ยวเป็นที่สุด เพราะมีทั้ง พระราชวังหลวง วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดราชบูรณะ วัดมหาธาตุ วัดไชยวัฒนาราม วิหารมงคลบพิตร ฯลฯ โดยครอบคลุมเนื้อที่กว่า 3,000 ไร่ ซึ่งปัจจุบันยูเนสโก้มีการประกาศให้ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแล้วด้วย

อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์

ต่อไปก็มาที่ปราสาทพนมรุ้งกัน เพราะถือได้ว่าเป็นปราสาทหินที่มีการปลูกสร้างด้วยหินทรายที่เป็นสีชมพู ดูแล้วสวยสดงดงามและสวยงามยิ่งนัก เนื่องจากมีภาพที่มีการแกะสลักเป็นลวดลายที่เป็นรูปเทพเจ้าแถมยังมีที่มาของเรื่องราวทางศาสนาอีกด้วย โดยจะมีการสร้างขึ้นที่ในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย ซึ่งส่วนใหญ่นั้นเป็นการนับถือพระศิวะเป็นเทพเจ้าสูงสุด ดังนั้น ที่เขาพนมรุ้งนี้ดังเปรียบเสมือนกับภูเขาไกรลาสที่เป็นที่ทรงประทับของพระศิวะนั่นเอง

ดังนั้นที่นี่จึงมีปรากฏการที่เป้นเรื่องราวที่สำคัญทางธรรมชาติเกิดขึ้น 4 ครั้งต่อปี นั้นก็คือ เมื่อดวงอาทิตย์ที่มีการขึ้นและตก จะส่องแสงลอดประตูทั้ง 15 บาน ที่เป็นขององค์ปราสาท เหตุการณ์เหล่านี้จะมีเกิดขึ้นในวันที่พระอาทิตย์ขึ้น 3-5 เมษายน, 8-10 กันยายน และเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นอีกครั้งในวันที่พระอาทิตย์ตก 5-7 มีนาคม, 6-8 ตุลาคม ของทุกปี  ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนถือได้ว่าเป็นความอลังการที่มีการผสมผสานระหว่างธรรมชาติกับภูมิปัญญาของบรรพชนนั่นเอง

ปราสาทเมืองสิงห์ จ.กาญจนบุรี

สำหรับปราสาทเมืองสิงห์ หรือที่เรานั้นรู้จักกันดีว่าเป็น อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ ที่มีการตั้งอยู่ที่ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรีนั่นเอง และยังถือได้ว่าเป็นเมืองโบราณของชาวขอมที่เป็นแห่งเดียวของเมืองกาญจน์อีกด้วยและยังเป็นส่วนที่ยังคงเหลือถึงปัจจุบัน ซึ่งหากมีการรวมอายุแล้วก็ราวๆกว่า 800 ปีที่ผ่านมา

โพสท์ใน โบราณสถาน | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน โบราณสถานที่เราควรรู้

วัฒนธรรมและประเพณีของคนไทยเป็นอย่างไรนะ 

อย่างที่ทราบกันดีว่าวัฒนธรรมและประเพณีของชาวไทยเป็นศิลปกรรมไทยที่เรียกว่าศิลปะที่มีความปราณีตอย่างงดงามซึ่งมีความ แสดงออกในรูปแบบของการแสดงที่มีความอ่อนโยนและมีความสร้างสรรค์ที่ออกมาแบบสวยงามสืบทอดต่อกันมาจากรุ่น สู่รุ่นจนกลายเป็นศิลปะประจำชาติที่มีรูปแบบและเป็นลักษณะเฉพาะโดยส่วนใหญ่

จะบอกเล่าถึงเรื่องราวจากสภาพแวดล้อม และความเป็นอยู่แบบสมัยก่อนหรือดังเดิมซึ่งส่งผลสะท้อนให้เห็นความเชื่อทางประวัติศาสตร์ ที่แสดงออกมาอย่างสวยงามและมีความอ่อนช้อยและความมหัศจรรย์ในความสวยงามของมันที่เราทั้งหมดสามารถแสดงออกมาให้เป็นศิลปะประจำชาติได้

ศิลปกรรมของไทยเป็นอย่างไรนะ

สำหรับศิลปกรรมของไทยนั้นก็คือศิลปะที่มีความประณีตงดงามและเป็นการแสดงออกที่เป็นไทยแบบอ่อนโยนซึ่งสิ่งเรานั้นเป็นการใช้ความคิดในเชิงสร้างสรรค์เพื่อเป็นการสืบทอดในรูปแบบต่อๆกันมาตั้งแต่อดีต สำหรับศิลปะนั้นถือว่าเป็นศิลปะประจำชาติที่มีลักษณะเป็นรูปแบบเฉพาะมีความโดดเด่นไม่เหมือนใครและส่วนใหญ่ศิลปะเหล่านี้

จะบ่งบอกเรื่องราวตำนานและประวัติการเป็นอยู่ของคนไทยในสมัยก่อนหรือ ในสมัยโบราณเองการสะท้อนต่างๆบ่งบอกถึงความเชื่อของเรื่องราวต่างๆที่มีความงดงามอ่อนช้อยหรือบ่งบอกถึงที่มาที่ไปความลึกลับและสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นกับคนไทย

จิตรกรรมเป็นอย่างไรนะ

การบ่งบอกถึงความหมายที่เป็นจิตรกรรมเท่ากับ เราเป็นการเล่าเรื่องราว ที่มีการเขียนลงบนผนังหรือกำแพงที่เป็นอาคารหรือเป็นสถานที่ที่เกี่ยวกับพุทธะศาสนาและเป็นการบ่งบอกถึงบุคคลต่างๆที่อยู่ชั้นสูงซึ่งจะบ่งบอกออกมาในรูปแบบเป็นการวาดเขียนหรือ กล่าวถึงเช่นโบสถ์วิหารวัง เป็นต้น

อย่างไรก็ตามเนื้อหาเหล่านั้นจะถูกตีแพรแสดงในรูปแบบของการที่เป็นจิตรกรรมและมีรูปแบบที่ถ่ายทอดเป็นเรื่องของพุทธประวัติในพงษาวดารต่างๆดังนั้นเอกลักษณ์ของมันจะมีความอ่อนช้อยงดงามสวยงาม ที่เราเห็นปรากฎตามผนังต่างๆนั่นเองนั่นเอง

บ้านเรือนของคนไทยในสมัยโบราณส่วนใหญ่มักจะเป็นฉันเดียวแต่มิได้ทุนที่สูงมากส่วนหลังคานั้นจะมีลักษณะที่แหลมสูงชัน บริเวณบ้านจะเป็นนอกชานเรียกว่าบ้านไม่ซับซ้อนบ้านส่วนใหญ่จะสร้างขึ้นบริเวณแม่น้ำลำคลองเพราะมันเป็นการใช้ประโยชน์จากน้ำอย่างง่ายดายและเป็นการคมนาคมในสมัยนั้นซึ่งบ่งบอกถึงความสะดวกสบายเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับประเพณีของไทยได้รับอิทธิพลมาจากความเชื่อต่างๆซึ่งสิ่งเร้านั้นน่าจะเป็นความผูกพันสำหรับผู้คนพระพุทธศาสนาที่เชื่อมโยงถึงกัน ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินชีวิตความเป็นอยู่เทศกาลธรรมชาติต่างๆหรือแม้แต่ฤดูกาลต่างๆก็เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิด ประเพณีของไทยเช่นกัน

ในสมัยก่อนนั้นสำหรับผู้ชายที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไปส่วนใหญ่มักจะบวชเพราะถือได้ว่าถึงเวลาที่ต้องเข้าพิธีอุปสมบทเพื่อเป็นการศึกษาธรรมะเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างถูกต้อง

โพสท์ใน ประเพณ๊และวัฒนธรรม | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน วัฒนธรรมและประเพณีของคนไทยเป็นอย่างไรนะ