ปลาสุดแปลกที่มนุษย์ชอบรับประทาน

วันนี้พวกเราจะพาทุกคนไปพบกันเมนูอาหารจากสัตว์ที่มันทั้งน่าเกลียดและน่ากลัวที่คุณจะต้องร้องอือและเราก็อยากจะบอกเลยว่าหากใครที่ยังไม่ชอบเมนูแปลกๆเมื่อได้ฟังเรื่องราวของเราได้แล้วพวกคุณ

ก็จะต้องถูกใจกับเมนูแปลกๆเหล่านี้แน่นอนและเนื่องจากที่คุณนั้นจะได้พบกับสัตว์ที่มันดูแปลกประหลาดที่มันจะทำให้คุณขนลุกไม่น้อยเลยแต่บอกเลยว่าถ้าได้กินเข้าไปแล้วมันมีความอร่อยอย่างแน่นอน

ปลาปากกลม

สำหรับเมนูเหล่านี้จะเป็นเมนูแรกๆมันก็คือเจ้าปลาปากกลมตัวนี้นี่เอง สิ่งชื่อของมันจริงๆนั้นมันเป็นชื่อก็คือปลาไหลไฟฟ้า เนื่องจากเจ้าปลาชนิดนี้ ซึ่งมันได้เป็นปลาที่มันจะไม่มีขากรรไกรหรือที่มันได้มีชื่อเรียกว่าปลาปากกลมนั่นเอง ซึ่งปลาชนิดนี้มันเป็นปลาที่มันไม่มีกระดูกสันหลังในสปีชีส์แรก

ที่มันได้มีขนาดลำตัวที่คล้ายกับปลาไหล นอกจากนี้ด้านปากบนของปากปลานั้นก็ได้มีฟันขนาดเล็กที่แหลมคมที่เยอะมาก ซึ่งฟันเล็กๆเหล่านั้นมันจะเอาไว้ดูดเลือกจากบรรดาสัตว์เล็กที่อยู่ท้องทะเลและมันก็เหมือนกับปรสิตอะไรทำนองนั้น ซึ่งเจ้าปลาชนิดนี้เขาก็จะชอบนำเอามาทำซุปทอดย่างก็ดีหรือจะทำเมนูต่างๆก็ได้เท่าที่คุณนั้นสะดวก

ปลาจิ้งจกน้ำ

เนื่องจากจริงๆแล้วเจ้าปลาจิ้งจกน้ำนั้นมันได้ถูกพบอยู่ที่แหล่งน้ำแห่งหนึ่งที่ได้อยู่ใกล้กับเมืองเม็กซิโก และถ้าหากว่ามันได้เติบโตเต็มที่แล้วมันจะมีลำตัวที่มีความยาวประมาณ30เซนติเมตรแต่ในทุกๆที่ทั่วไปแล้วลำตัวประมาณ15เซนติเมตรเท่านั้นเอง เนื่องจากประชากรเมืองเม็กซิโก

นิยมหานำเอามันมาย่างทอดแกงและจะนำเอามาปรุงให้ปลานั้นสุกก่อนที่พวกเขานั้นจะกินมันเข้าไป เมื่อพวกเขาได้กินมันเข้าไปแล้วพวกเขาก็ยังได้ออกมาบอกอีกว่าที่พวกเขาได้กินปลาจิ้งจกน้ำเข้าไปแล้วมันก็จะมีเนื้อเหมือนๆกับปลาโดยทั่วไป

ปลาปีศาจทะเล

สำหรับปลาเหล่านี้ที่มันได้มีรูปร่างที่น่าเกลียดน่ากลัวแบบนี้ ซึ่งมันได้เป็นปลาที่มันชอบอาศัยอยู่ทะเลน้ำลึกลำตัวของมันนั้นจะมีหัวที่ใหญ่แต่ลำตัวของมันนั้นมีขนาดเล็กเพียงดินเดียวอีกทั้งมันยังได้มีผิวหนังที่น่าเกลียดไปทั้งตัวอีกทั้งยังมีฟันที่เล็กและคม

และเราอยากจะบอกเลยว่าเจ้าบอกปีศาจตัวนี้มันก็ได้มีราคาที่แพงมากที่สุดนอกจากนั้นมันก็ยังได้ถูกนำเอามาทำอาหารที่แสนอร่อยที่คนส่วนใหญ่ที่ชอบจะกินอาหารแปลกๆก็เพราะว่าเนื้อของตัวปลาตัวนี้นั้นมันก็ยังได้มีโปรตีนที่สูงและไขมันต่ำเขาก็จะทำการตัดหัวทิ้งและนำมารับประทานแค่ส่วนตัวเท่านั้น

โพสท์ใน ประวัติศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน ปลาสุดแปลกที่มนุษย์ชอบรับประทาน

ตำนาน เลดี้เจน เกรย์ 

      Tower of London ไม่ได้มีแค่ตำนานของ พระนางแอนน์ โบลินน์ ซึ่งเป็นพระมเหสีของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 เท่านั้นที่มีความเฮี้ยนแล้วน่ากลัวแต่ยังมีตำนานอีกหลายตำนานที่น่ากลัวพอๆกันเพราะอย่างที่เคยบอกไปแล้วว่าทาวเวอร์ออฟลอนดอนนั้นเป็นสถานที่ที่เอาไว้ใช้ประหารชีวิต

เหล่าราชวงศ์ต่างๆรวมถึงพวกขุนนางทั้งหลายที่มียศฐาบรรดาศักดิ์สูงๆดังนั้นหากดวงวิญญาณไหนก็ตามที่คิดว่าตนเองถูกฆ่าตายด้วยความยุติธรรมดวงวิญญาณจึงมักจะไม่ไปเกิดและยังคอยวนเวียนอยู่ตรงสถานที่ที่ทำให้ตนเองเสียชีวิตอย่างเช่นที่พระมเหสีของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ยังคงอาศัยอยู่และคอยหลอกหลอนผู้คนจนถึงทุกวันนี้

และนอกจากที่หอคอยแห่งนี้จะมีดวงวิญญาณของ พระนางแอนน์ โบลินน์ แล้วยังมีเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับราชวงศ์ของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ที่ได้มีการเข็นฆ่ากันต่อมาอีกด้วยโดยว่ากันว่าหลังจากที่พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ได้เสียชีวิตลงผู้ที่ขึ้นของบัลลังก์คนต่อไปก็คือพระราชโอรสของพระองค์เองแต่ครองราชย์ได้

แค่เพียงไม่นานก็เสียชีวิตลงทำให้บัลลังก์ส่งต่อมาถึงเจ้าหญิงแมรี่  ซึ่งการที่เจ้าหญิงแมรี่ขึ้นครองบัลลังก์นั้นทำให้มีขุนนางบางคนไม่พอใจเนื่องจากพระองค์มีแม่เป็นคนสเปนโดยขุนนางหลายคนไม่อยากให้ราชวงศ์อังกฤษมาแปดเปื้อนกับราชวงศ์สเปนนั่นเองดังนั้นคนนั่งหลายๆคนจึงได้มีการสนับสนุนสาวน้อยคนหนึ่งที่ชื่อว่า เลดี้เจน เกรย์

ซึ่งในวันนั้นเธอมีอายุแค่เพียง 15 ปีเท่านั้นโดยต้องการให้เธอขึ้นครองบัลลังก์แทนเจ้าหญิงแมรี่แต่หลังจากที่ เลดี้เจน เกรย์ ขึ้นครองบัลลังก์ได้แค่เพียง 9 วันเท่านั้นกลุ่มฝ่ายตรงข้ามที่เป็นกลุ่มที่สนับสนุนเจ้าหญิงแมรี่ก็ทำการก่อกบฏและแน่นอนพวกเขาเหล่านั้นได้ทำการประหาร เลดี้เจน เกรย์ ซึ่งนับตั้งแต่ เลดี้เจน เกรย์ ถูกประหารชีวิตนั้นในทุกๆค่ำคืนผู้คนที่อยู่อาศัยในหอคอย

หรือแม้แต่คนที่อยู่อาศัยบริเวณรอบๆหอคอยก็มักจะได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนของผู้หญิงเสียงนั้นเป็นเสียงที่ออกแนวเศร้าโศกเสียใจดังกึกก้องไปทั่วหอคอยและยังมีคนที่เคยพบเจอวิญญาณของ เลดี้เจน เกรย์ ออกมาวิ่งเล่นท่ามกลางแสงจันทร์

ซึ่งบางครั้งเธอก็จะวิ่งเล่นพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสแต่บางครั้งเธอก็จะวิ่งไปแล้วกรีดร้องโวยวายไปซึ่งทุกคนมีความเชื่อกันว่าที่   เลดี้เจน เกรย์ ต้องกรีดร้องโหยหวนแต่ละค่ำคืนนั้นเนื่องจากว่าเธอเองนั้นคงจะเศร้าโศกเสียใจกับชีวิตที่ถูกประหารทั้งที่อายุยังน้อย

ซึ่งตำนานของ เลดี้เจน เกรย์ ผีที่ร้องโหยหวนลั่นหอคอยแห่งอังกฤษนั้นยังคงมีให้เห็นจนถึงปัจจุบัน ยังคงเป็นตำนานสยองขวัญให้กับคนประเทศอังกฤษได้เล่าให้ลูกหลานฟังสืบต่อเรื่อยมา

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  nowbet

โพสท์ใน ตำนาน | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ตำนาน เลดี้เจน เกรย์ 

จุดนิดเล็กนิดเดียวมีผลต่อประวัติศาสตร์โลก

จุดนิดเล็กนิดเดียวมีผลต่อประวัติศาสตร์โลก โดยมีดังต่อไปนี้

-เราสูญเสียดาวเทียมเพราะวิศวกรใช้หน่วยวัดผิด

ด้านทีมล็อกฮีดมาร์ตินก็ได้สร้างดาวเทียมที่เอาไว้ใช้เข้าไปสำรวจของสภาพอากาศที่อยู่บนดาวอังคารครึ่งโดยจะใช้หน่วยวัดแบบอิมพีเรียลเป็นนิ้วฟุลปอนด์แกลลอนหลาและไมล์แทนที่หน่วยระบบวัดเมตริกที่ได้ช้ในวงการวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ โดยที่ไม่ได้แจ้งให้นาซาทราบ ซึ่งมันส่งผลให้ดาวเทียมนี้ได้โคจรไปผิดจากดาวอื่นๆจนกระทั่งนาซาเองจะต้องยอมแพ้และได้ปล่อยให้มันนั้นได้โคจรหายไป

– น็อตหลุมตัวเดียวทำให้ยานสำรวจดวงจันทร์ได้พังพินาศ

ในปี1969ทางโซเวียตนั้นก็ได้ตัดสินใจที่จะสร้างจนรวดn1 เพื่อที่จะเดินทางไปยังดวงจันทร์แต่ในขณะที่มันกำลังได้ทำการปล่อยจรวจอยู่นั้นได้เกิดเหตุได้มีน็อตตัวหนึ่งได้เกิดหลุมลงไปในถังเชื้อเพลิงจึงส่งผลทำให้จรวดทั้งลำนั้นได้เกิดการระเบิดหลังจากที่มันนั้นได้ถูกปล่อยออกไปประมาณ20วินาที ซึ่งในการระเบิดครั้งนี้มันก็ได้กลายมาเป็นเหตุเกิดการระเบิดในครั้งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ

-เยรมนีพ่ายแพ้ในวัน ดีเดย์

นายเออร์วินรอมเมลนั้นก็ได้มีหน้าที่ที่จะรับผิดชอบป้องกันการเข้ามารุกรานของฝ่านสำพันธมิตรในช่วงของสงครามโลกครั้งที่สองในปีประมาณ1944 ในวันที่6มิถุนายนก็ได้เป็นวันเกิดของภรรยาของเออร์วินรอมเมล เขาได้กลับไปฉลองวันเกิดรวมกับภรรยาของเขาที่บ้านจากนั้นในจัดหวะระยะเวลานั้นเองก็มีทหารได้มีการนำกำลังพลขึ้นบนบกที่เมืองนอร์มังดีจากนั้นก็ได้ส่งผลทำให้ประเทศเยรมนีก็ได้กลายเป็นฝ่ายที่จะต้องพ่านแพ้ในสงครามโลก

-การลืมใส่จุดทศนิยมทำให้ผักโขมเปลี่ยนเป็นจุดยอดอาหาร

ในปี1879ได้มีนักเคมีชาวเยรมนีคนหนึ่งก็ได้มีการคิดคำนวนขอธาตุเหล็กที่มันได้มีอยู่ในชนิดของผักต่างๆแต่สำหรับในตอนที่เขาได้จดบันทึกข้อมูลเขาก็ได้จดค่าของธาตุเหล็กในผักลงไปเป็นค่าประมาณ35มิลลิกรัมจากที่ได้มีการพบเพียงแค่ประมาณ3.5มิลลิกรัมเพียงเท่านั้น ถึงแม้ว่าหลังจากนั้นมันจะมีงานที่วิจัยอีกมากมายที่ได้ออกมายืนยันกับข้อมูลที่ได้เกี่ยวข้องกับผักโขมแต่ในความรู้นั้นได้ว่ากันว่าผักโขมนั้นมันคือสุดยอดของอาหารที่มันได้มีธาตุเหล็กที่สูงเอามากๆที่มันได้มีคนนำเอาไปบอกเล่าและสืบทอดต่อกันมาจนถึงในปัจจุบัน

– เครื่องบินสองลำได้พังย่อยยับการอากาศเพราะใช้หน้าต่างแบบสี่เหลี่ยม

The da havilland Comet มันเป็นเครื่องบินเจ๊ทที่เอาไว้ใช้ในช่วงยุคปี1950และในปี1954เครื่องบินทั้งสองลำนั้นก็ได้หักออกเป็นสองชิ้นในขณะที่มันได้ลอยอยู่ท่ามกลางอากาศจึงทำให้ผู้โดยสารประมาณ54คนนั้นต้องเสียชีวิตลงทั้งนี้ยังได้มีผู้ที่เชี่ยวชาญยังได้ออกมาบอกว่าหน้าต่างที่มันได้เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมมันได้เป็นจุดอ่อนของเครื่องบินลำนี้เพราะมันไม่ทานต่อแรงกดอากาศ

โพสท์ใน ประวัติศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน จุดนิดเล็กนิดเดียวมีผลต่อประวัติศาสตร์โลก

4เรื่องเด็ดหลังความตายของ จิ๋นซีฮ่องเต้

(1)หุ่นเดียวและตัวเดียวในโลก

สำหรับในความเชื่อในชีวิตในโลกข้างหน้าของจิ๋นซีฮ่องเต้ดังนั้นจึงได้มีการจัดสร้างเหล่ากองทัพของทหารดินเผาที่จะตามไปรับใช้ยังที่ปรโลกหลังความตายเพื่อที่จะได้ให้เหมือนกับกองทัพจริงๆเช่นมีเหล่าแม่ทัพทหารนายกองกองทหารไล่ตามยศม้าศึกรถม้าและการที่ได้จัดกำลังพลที่ดูให้เหมือนจริงและที่สำคัญก็คือในส่วนของหุ่นของทหารในแต่ละตัวนั้น

ก็ได้มีการจัดสร้างมันขึ้นมาให้ได้เท่ากับขนาดที่ได้เท่ากับคนจริงๆทั้งยังได้มีใบหน้าที่ได้มีความแตกต่างกันออกไปในทุกๆตัวทั้งนี้ก็ยังได้มีความเชื่อกันมาว่าด้านของหุ่นดินเผาของในแต่ละตัวนั้นมันได้แทนตัวของเหล่านายทหารของแต่ละบุคคลคนของจักรพรรดิจิ๋นซีที่ได้มีการเผยให้ได้เห็นถึงน่าตาของคนจีนในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี

(2)หุ่นเปลี่ยนสี

สำหรับกองทัพของทหารของจิ๋นซีฮ่องเต้ที่ได้มีการถูกเผยแพร่ออกไปยังตามสื่อต่างๆจนได้เป็นภาพที่ได้จำกันจนติดตานั้นได้เป็นของหุ่นเหล่าทหารดินเผาสีดินตามธรรมชาติแต่จริงๆแล้วในยุคที่ได้มีการสร้างหุ่นดินเผาเหล่านี้ได้มีสีสันที่ดูเหมือนจริงใบหน้าได้มีสีเนื้อเสื้อผ้าได้มีหลากสีสันแต่เมื่อได้ทำการขุดค้นและได้มีการเปิดหลุมหุ่นดินเผาเหล่านี้เมื่อมันได้โดยอากาศและแสงที่ได้เข้าไปทำประติกิริยามันจึงได้ทำให้สีของหุ่นลอกมลายหายไปกลายเป็นสีดินเผาตามธรรมชาตินั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ทางการประเทศจีนให้ขุนค้นเพียงแค่สามหลุมเนื่องจากวันนี้ยังหาวิธีรักษาตัวสีของหุ่นหลังเปิดหลุมให้คงสภาพเดิมยังไม่ได้เลย

(3)ของดีที่พิพิธภัณฑ์

นอกจากหุ่นของทหารดินเผาที่มีจำนวนมากแล้วด้านที่บริเวณหลุมขุดค้นที่ได้เปิดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยังได้มีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงโบราณวัตถุของดีต่างๆเอาไว้อย่างมากมายและไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับสร้อยกำไรอาวุธโบราณข้าวของเครื่องใช้ในสมัยฉินและที่ได้ถือเป็นพระเอกนั้นก็คือรถม้าที่ได้ออกศึกที่ได้มีขนาดที่เล็กไปกว้างของจริง1เท่านับได้ว่ามันเป็นงานที่น่าสนใจและได้เห็นถึงวิวัฒนาการการใช้เหล็กในสมัยราชวงศ์ฉินได้เป็นอย่างดี

(4)มรดกโลกที่เป็นไฮไลท์ซีอาน

ด้วยเรื่องราวที่มีความยิ่งใหญ่อลังการและฝีมือของช่างโบราณที่ได้รังสรรค์กองทัพเหล่าหุ่นทหารดินเผาออกมาได้อย่างน่ามมหัศจรรย์นั่นจึงทำให้เหล่ากองทัพของทหารดินเผาหรือสุสานของทหารจิ๋นซีจึงได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปีพุทธศักราช2530นอกจากนี้กองทัพทหารดินเผาที่ตั้งอยู่ที่ตำบลหลินถงเมืองซีอานมณฑลฉ่านซียังถือเป็นไฮไลท์ที่ห้ามพลาดสำหรับผู้ที่ได้มาเยือนซีอานอีกด้วย

โพสท์ใน ประวัติศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน 4เรื่องเด็ดหลังความตายของ จิ๋นซีฮ่องเต้

สัตว์ที่อยู่ได้ถึงแม้สภาพอากาศจะเลวร้ายแค่ไหน

สำหรับทุกคนนั้นก็คงจะเชื่อกันว่าจะต้องเจอกับสภาพอากาศที่ร้ายแรงกันมาบ้างแล้วแต่ไม่ว่าจะไปเจอกับสภาพอากาศหนาวที่ทนไม่ไหวหรือเจออากาศร้อนในประเทศไทยที่ทำเอาเหงื่อไหลไปท่วมทั้งตัวแต่ก็ทำได้แค่บ่นเอาไว้ว่าไม่ไหวซึ่งนั่นก็เป็น

เพราะในร่างกายของมนุษย์ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อให้คงทนได้ต่อกับสภาพของอากาศและมันกจะต้องมีสิ่งที่จะต้องทดแทนที่จะสามารถพักพิงเอาไว้พักร้อนครายหนาวและ สำหรับวันนี้เราจะพาทุกคนนั้นได้มาพบกับสัตว์ที่เอาตัวรอดได้เก่งที่สุดในอาณาเขตจักรของเหล่าสัตว์

Weta Bug

สำหรับแมลงที่มีขนาดยักษ์ในวงตระกูลจิ้งหรีดแมลงWeta Bugได้เป็นสุดยอดของแมลงผู้แข็งแกร่งมีเปลือกแข็งหุ้มทั่วทั้งลำตัวมีฟันที่แข็งแกร่งและคมกริบแต่ที่มันนั้นได้ต่างไปจากหมีขั่วโลกก็คือมันเป็นสัตว์ที่เลือดเย็นและเมื่ออุณหภูมิต่ำลงแมลงWeta Bugมักจะโดนแช่แข็งอยู่บ่อยครั้งหัวใจของมันจะหยุดเต้นการทำงานทุกอย่าง

ในสมองจะหยุดลงเช่นเดียวกันกับร่างของมันที่กลายเป็นน้ำแข็งเป็นเช่นนี้อยู่บ่อยครั้งหลายเดือนติดต่อกันซึ่งมันจะต้องเป็นสัตว์ที่จะต้อพิเศษจริงๆจึงจะรอดในสภาวะเยือกแข็งเช่นนี้เพราะสัตว์ทั่วไปอย่างเก่งก็คงจะหายใจได้ต่อเพียงแค่ไม่กี่นาทีแต่มันก็ไม่ใช่กับWeta Bug

เพราะในทันทีที่น้ำแข็งนั้นละลายพวกมันก็จะฟื้นคืนมาจากความตายเนื้อเยื่อของมันไม่ตายไม่ถูกทำลายแมลงWeta Bugก็แค่หยุดเคลื่อนไวเพียงแค่ชั่วครู่ขั่วคราวเท่านั้นเมื่อแต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่พอคำตอบว่าพวกมันอยู่รอดได้อย่างไร

Water bear

หมีน้ำเป็นสัตว์ที่คุณหาพวกมันเจอได้ทั่วในทุกพื้นที่บนโลกใบนี้ตั้งแต่ก้นสมุทรยาวไปจนถึงจุดสูงสุดเทือกเขาหหิมาลัยหรือแม้แต่ในทะเลทรายและในพื้นที่ป่าฝนในเขตร้อนคุณนั้นจะวามารถที่จะพบมันได้ในทุกพื้นที่ในที่ที่หญ้ามอสหรือเห็ดลาขึ้นอุปสรรคเดี่ยวสัตว์จอมทรหดนี้

มีอยู่ก็คือพวกมันนั้นมีตัวเล็กมากจนเกินไปจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นโดยปกติแล้วเจ้าสัตว์ที่มีตัวเล็กขนาดนี้จะคอยดูดน้ำเลี้ยงจากหญ้ามอสและเห็ดลาและในยามที่มีสภาพแวดล้อมที่มีความโหดร้ายพวกมันจะหดตัวหดแขนและหดขาเอาไว้และจากนั้นมันก็จะปิดระบบการทำงานทุกๆอย่าง

ในตัวของมันรอจนกว่าสภาพแวดล้อมนั้นมันจะดีขึ้นและเมื่อได้เข้าสู่สภาวะนี้สิ่งแวดล้อมอันเลวร้ายแค่ไหนก็ไม่สามารถทำอะไรพวกมันได้มมันสามารถรอดชีวิตที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า200องศาเซลเซียสได้สบายและแม้แต่สภาพที่ร้อนจัดก็ไม่เป็นผล

โพสท์ใน ตำนาน | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน สัตว์ที่อยู่ได้ถึงแม้สภาพอากาศจะเลวร้ายแค่ไหน

ตำนานครัมปัส ปีศาจคริสมาส

ตำนานของปีศาจครัมปัสนั้น เป็นตำนานของทางฝั่งประเทศในแถบยุโรป ตำนานของปีศาจที่มักกะมาในช่วงของวันคริสต์มาส ซึ่งคำว่าแคมปัสนั้นรากศัพท์มาจากภาษาเยอรมันโบราณเลยความหมายนั้นคือกรงเล็บ

ตามตำนานเชื่อกันว่าแคมปัสนั้นคือเพื่อนของซานตาคลอส ด้วยความเชื่อของการมีแฟนตาคลอสแต่การมีปีศาจแคมปัสนั้นเป็นความเชื่อของประชาชนที่อยู่ใกล้กับภูเขา Alpine เช่น ประเทศออสเตีย  เช็ก สโลเวเนีย สำหรับลักษณะของ แคมปัสนั้น มันจะมีลำตัวปกคลุมไปด้วยขนมีหน้าสีแดงก่ำและมีเขาเหมือนแพะ เด่นเลยคือมีลิ้นลากยาวออกมาเป็นสีแดงสดแคมปัสนั้น

จะมีหางและแขนทั้งสองข้างของมันจะมีการผูกมัดด้วยโซ่ไว้ ซึ่งถึงแม้มือจะมีการผูกมัดด้วยโซ่ตรวนเอาไว้แต่ก็ยังสามารถถือไม้กระบองไว้ข้างนึงอีกข้างนึงถือถุงกระสอบโดยมีการเชื่อกันว่ากระสอบนั้นจะเอาไว้สำหรับใส่เด็กเกเรนิสัยไม่ดี

ในวันคริสต์มาสบ้านเรือนทุกหลังจะมีการจัดต้นคริสมาสประดับประดาไว้อย่างสวยงามเด็กๆจะมีการเตรียมถุงเท้าเอาไว้ตรงหน้าต่างของบ้านหรือตรงที่หน้าประตูห้องนอนเพื่อรอคอยของขวัญจากซานต้าคลอสที่จะนำเอาของขวัญมาใส่ในถุงเท้า ซึ่งในคืนวันคริสต์มาสตามปกติแล้วซานตาคลอสจะเดินทางมาเพื่อแจกของขวัญให้กับเด็กๆดังนั้น

หากเด็กคนไหนเป็นเด็กดีก็จะได้รับของขวัญแต่เมื่อใดก็ตามที่เด็กคนไหนเป็นเด็กดื้อถุงเท้านั้นก็จะมีการใส่ไม้เรียวไว้แทนซึ่งจะเป็นแคมปัสที่นำมาใส่ไว้ให้แต่ใครก็ตามที่เป็นเด็กดื้อมากๆแคมปัสจะเดินเข้าไปหาเด็กๆที่ดื้อแล้วเอาไม้กระบองตีจนกว่าเด็กจะตื่น และยังมีการเล่าอีกว่าหากเด็กคนไหนเป็นเด็กที่ดื้อมากจนไม่สามารถสั่งสอนได้แคมปัสจะนำตัวเด็กใส่ไปในถุงกระสอบที่เขาเตรียมมาแล้วมัดปากถุงเอาไปโยนทิ้งลงแม่น้ำ

บางตำนานเล่าว่า แคมปัสจะพาเด็กที่ดื้อลงไปดูนรกด้วยกัน  และยังมีตำนานความเชื่อกันอีกว่าทุกวันที่ 5 ธันวาคมจะเป็นวันเฉลิมฉลองของแคมปัสซึ่งในวันดังกล่าวแคมปัสจะเดินทางออกมาหาเด็กๆในช่วงเวลากลางคืน เพื่อจับตัวเด็กๆมาทำโทษ ส่วนวันที่ 6 ธันวาคม

จะเป็นวันเฉลิมฉลองให้กับคอร์สเนื่องจากว่าเป็นวันคล้ายวันเสียชีวิตของเซอร์นิโคลัส เป็นซานตาคลอส ต่อมาได้มีแก็งมิจฉาชีพไ้ด้ออกมาหลอกลวงชาวบ้านในช่วงวันเฉลิมฉลองให้กับเซอร์นิโคลัสดังนั้นทางการจึงได้มีการประกาศออกมาห้ามให้มีการจัดงานในวันดังกล่าวขึ้น

ประชาชนจึงได้มีการเปลี่ยนวันเฉลิมฉลองจากวันที่ 6 ธันวาคมไปจัดงานรวมกันกับวันที่ 25 ธันวาคมซึ่งตรงกับวันเกิดของพระเยซูนั่นเอง และราวๆปี 1800 ได้มีการสั่งห้ามการเฉลิมฉลองเทศกาลแคมปัส แต่ภายหลังก็มีการมาจัดเทศกาลนี้อีกครั้งเป็นการละเล่นคล้ายๆกับเทศกาลฮาโลวีน โดยชาวบ้านผู้ชายจะแต่งกายคล้ายผีแล้วมาเคาะประตูหลอกเด็กๆ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  entaplay

โพสท์ใน ตำนาน | ติดป้ายกำกับ , , , | ปิดความเห็น บน ตำนานครัมปัส ปีศาจคริสมาส

การบุกจับกุมแก๊งเครือข่ายยาเสพติดเจ้าพ่อรายใหญ่

ข่าวการบุกจับกุมแก๊งเครือข่ายยาเสพติดเจ้าพ่อรายใหญ่

หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้บุกเข้าตรวจค้นที่บ้านบังรอนเพื่อจับกุมตัวและในค่ำคืนนั้นทางด้านของ แก๊งบังรอน ได้มีการต่อสู้ยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างดูเดือดจากนั้นก็ได้มีผู้ร้ายได้เสียชีวิตจำนวน1รายและสามารถจับกุมตัวได้อีกจำนวน3ราย เมื่อเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจค้นที่โรงเลี้ยงไก่ของ บ้านที่เป็นไม้สักหลังสวยงามของ นายบังรอน ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นก็ได้พบยาบ้าเป็นจำนวน 700,000เม็ด

ซึ่งได้มูลค่าในขณะนั้นน่าจะประมาณ30ล้านบาท ได้มีการซุกซ่อนอยู่ในหลุมที่ได้มีการโบกปูนเอาไว้อย่างหนาแน่นและยังได้ถูกปิดอย่างมิดชิดด้วยกงของลูกหมีควายได้นำเอามาปิดทับในอีกชั้นหนึ่งและนอกจากนี้ก็ยังได้ตรวจพบจำนวนเงินสดอีกเป็นจำนวนมากได้พบอาวุธสงครามได้อีกหลายชนิด

นายบังรอน นั้นเขายังได้พยายามที่จะฝ่าวงล้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจออกไปได้ต้องหนีหัวซุกหัวซุนต้องไปหลบซ่อนในบ้านหลังหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ก่อนที่จะมีการขึ้นเหนือไปที่จังหวัด เชียงใหม่ เพื่อที่จะได้หาทางเข้าไปในเขตของพื้นที่ ว้าแดง ในประเทศของเมียนมาร์ นายบังรอน นั้นได้หลบซ่อนอยู่ในแถวตามแนวตะเข็บชายแดนของประเทศไทย ลาว และ ไทย เมียนมาร์ และ ไทย

ได้มีการหลบหนีอย่างสลับกันไปมาสุดท้ายแล้วก็ได้มีข่าวว่า นายบังรอน ก็ได้เข้าไปหลบซ่อนตัวอย่างเป็นการถาวรอยูที่ประเทศเมียนมาร์อีกครั้งโดยได้เข้าไปอาศัยอยู่กับ เหวย เซียะ กัง

  สำหรับ เหวย เซียะ กัง นั้นได้เป็นคนที่ถูกนำเอามาถูกถึงในคดีการจับกุม นายไซซะนะ แก้วพิมพา ในฐานะได้เป็นผู้ที่ได้ทำการผลิตยาเวพติดป้อนให้กับกลุ่มแก๊งของ นายไซซะนะ แก้วพิมพา ได้ลักรอบนำเอาเข้ามาขายในตลาดประเทศไทยและในประเทศเพื่อนบ้าน สำหรับ เหวย เซียะ กัง นั้นก็ได้เป็นราชายาเสพติดตัวจริงได้เป็นผู้ยิ่งใหญ่ในเขตของ รัฐว้าแดง ที่ทางประเทศสหรัฐอเมริกา

ที่จะต้องการนำเอาตัวไปลงโทษนอกจากนั้นยังได้มีการจัดตั้งค่าหัวของ นาย สำหรับ เหวย เซียะ กัง เอาไว้ประมาณถึง50ล้านบาทด้วยกันหากใครที่สามารถพานำเข้าไปจับกุมนาย สำหรับ เหวย เซียะ กังได้และมีเบาะแสของนาย สำหรับ เหวย เซียะ กังก็นำเงินรางวัลนำจับนั้นไปได้เลย และสำหรับ สำหรับ เหวย เซียะ กัง นั้นยังได้เป็นมาเฟียของยาเสพติดนับได้ว่าเป็นอันดับสองได้รองมาจากของ ขุนส่า เพียงคนเดียวเท่านั้น

ก่อนที่จะมาเป็นเจ้าพ่อยาเสพติด เหวย เซียะ กัง ซึ่งเป็นคนจีนมาจากมณฑลหูหนานเข้ามาอยู่ในกระบวนการยาเสพติดของ ขุนส่า ราชาเฮโรอีน ตราสิงโตคู่ ด้วยความเก่งกาจและด้วยความกล้าหารของเหวย เซียะ กัง จึงได้เลื่อนชั้นมาเป็นมือขวาของ ขุนส่า

แต่ก็มาแตกคอกันเพราะว่าเหวย เซียะ กัง อมเงินจากการค้ายาเสพติด50ล้านบาทของขุนส่าไป ขุนส่า รู้เข้าก็เลยต้องการเก็บเหวย เซียะ กังทำให้เขาต้องหนีตายแยกตัวออกมาสร้างอาณาจักรตัวเองในพื้นที่ปกครองของว้าแดงในรัฐฉานปัจจุบัน เหวย เซียะ กัง นั้นอายุ65ปี

ยังมีชีวิตดีอยู่และยังเป็นที่ต้องการตัวของสหรัฐอเมริกาแต่เขาไม่ใช่คนที่จะจับตัวได้ง่ายๆเพราะว่ามีกองกำลังคุมกันอย่างหนาแน่นและว่ากันว่าเหวย เซียะ กังมีเงินจากการค้ายาเสพติดมากถึง2ล้านล้านบาทเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  bk8

โพสท์ใน ข่าวยอดฮิต | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน การบุกจับกุมแก๊งเครือข่ายยาเสพติดเจ้าพ่อรายใหญ่

การเดินป่าของพรานแก้วที่หมู่บ้านหัวดง

พรานแก้วได้เพื่อนร่วมทางมาอีกสองคนคนแรกคือไอมากเป็นญาติห่างๆของลุงฉายมากกำลังเรียนรู้ทำเนียมป่าทำเนียมพรานเพราะว่ามีหัวใจรักทางด้านนี้อีกคนหนึ่งก็คือไอนองพรานปืนแก๊ปหนุ่มโสดไร้ลูกเมียของหมู่บ้านหัวดงปกติพรานแก้วออกป่าล่าสัตว์เป็นประจำอยู่แล้วเคยนอนกินกลางป่ามานับไม่ถ้วนผจญมาทั้งสัตว์ร้ายไม่ว่าจะเป็นเสือ

หรือว่าช้างการเตรียมตัวก็ไม่ได้มีอะไรมากเพราะเป็นคนที่อยู่ง่ายกินง่ายไม่มีเสบียงติตตัวเลยก็อยู่ในป่าได้หลายวันแต่คราวนี้แปลกที่พรานแก้วกับเตรียมตัวผิดกับทุกครั้งนอกจากเสบียงของแห้งในย่ามยังเตรียมลูกปืนลูกซองไปเกือบร้อยนัดเหมือนกับว่าพรานแก้วจะไม่แน่ใจกับป่าที่จะบุกเข้าไปนั้นปืนลูกซองยาวเดียวกระบอกยาวที่ยิงได้ทั้งลูกปลายและลูกโดดต้องหาเข็มขัดลูกปืนสะพายไหล่สองสายดูแล้วเหมือนกับมือปืนในหนังคาบอยจังโก้ยังไงยังงั้น

ลูกปืนที่ติดตัวไปก็มีกับลูก9และลูกโดดเหมือนกับว่าจะไปเตรียมตัวสู้กับสัตว์ใหญ่ยังไงอย่างงั้นไอมากนั้นก็ได้ตื่นเต้นอยู่ไม่แพ้กันนอกจากของใช้ส่วนตัวในย่ามยังมีลูกปืนเกือบ50นัดแต่หาลูกโดดได้เพียง10กว่าลูกเท่านั้นเพราะว่าพรานแก้วได้ซื้อเอาไปหมดจึงมีแต่ลูก9กับลูกปลาย70เม็ดคนที่ไม่ต่อสู่จะตื่นเต้นมากที่สุดคือไอนองปกติก็เป็นคนที่ไม่ทุกข์ไม่ร้อนกับใครเขาอยู่แล้วอาวุธก็มีเพียงปืนแก๊ปลำกล้องยาว

แต่ฝีมือการบรรจุลูกปืนของมันก็ไว้ไม่แพ้ใครคราวนี้มันหลอมลูกตะกั่วขนาดหนักไปจนย่ามจะขาดก่อนออกเดินทางพรานแก้วก็ได้ทำพิธีบวงสรวงเจ้าป่าเจ้าเขาให้ครอบครัวของผู้สาบสูญมาทำพิธีกันด้วยนอกจากขอให้การเดินทางสะดวกสบายปลอดภัยแล้วยังขอให้ได้พบหรือได้ข่าวขอผู้ที่สูญหายเสร็จกระบวนการการออกเดินทางจึงเริ่มต้นขึ้น

เมื่อตอนสายโดยมีชาวบ้านหัวดงเกือบครึ่งหมู่บ้านมาส่งและให้กำลังใจการเดินทางในวันแรกเป็นไปอย่างราบลื่นเพราะป่าที่ผ่านไปนั้นเป็นป่าที่คนทั้งสามได้คุ้นเคยกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วโดยเฉพาะพรานแก้วก็แทบจะหลับตาเดินได้ทางป่าสวยสัตว์มากมายทำให้คนทั้งสามรู้สึกว่าสบายใจพอตกค่ำลงก็หาที่พักที่ใต้โคนต้นไม้ใหญ่ไม่ไกลจากลำห้วยนักพอก่อกองไฟขึ้นหุงข้าวต้มหม้อแกงกลิ่นควันไฟแสงแดด

และความร้อนทำให้แมลงและสัตว์ร้ายไม่กล้าที่จะเข้ามายุ่งจนเข้าในวันที่สองป่าก็ได้ทึบมากขึ้นตะแบก และ ตะยาง แต่ละต้นใหญ่โตแบบหลายคนโอบเส้นทางเกวียนเริ่มลบหายไปกลายเป้นทางเดินป่าและทางสัตว์มากมายพรานแก้วจับทิศทางตะวันตกเรื่อยไปช่วงนี้มีเพียงพรานแก้วเท่านั้นที่คุ้นเคยมาก กับ ไอนองไม่เคยเข้ามาถึงในนี้ป่าใหม่ต้นไม้ใบหญ้าสภาพเริ่มความทุรกันดารมากขึ้น

โพสท์ใน ประวัติและตำนาน | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน การเดินป่าของพรานแก้วที่หมู่บ้านหัวดง

รถจักรยานยนต์เครื่องโรตารี่ที่ไม่ได้ถูกผลิตสู่ท้องตลาด

1973 SUZUKI RE5 

หลังจากที่การเปิดตัวของyamaha rz201ทางด้าน SUZUKIก็ได้แอบไปพัฒนารถมอเตอร์ไซต์เครื่องยนต์โรตารี่บ้างจากนั้นให้หลังประมาณ1ปีในปี1973ทาง SUZUKIเองนั้นก็ได้เปิดตัวรถจักรยานยนต์รตารี่บ้างได้มีชื่อรุ่งว่า SUZUKI RE5 แต่ต่อไปนี้นั้นก็คือสเปคของรถมอเตอร์ไซต์ SUZUKI RE5 นั้นได้ถูกผลิตขึ้นครั้งงแรกในปี1973ถึง1976โดยจะมีเครื่องยนต์ขนาด500ccและ

ปริมาณกระบอกสูบจริงจะอยู่ที่ประมาณ498ccเครื่องยนต์เป็นขนาดแบบ1โรเตอร์ได้มี5สปีดและให้กำลังมากที่สุดคือ52แรงม้าที่ประมาณ6,500รอบต่อนาทีและแรงบิดสูงสุดก็คือ74.5นิวตันเมตรที่ประมาณ3,500รอบต่อนาทีระบายระบบความร้อนด้วยน้ำและก็ออยคูลเลอร์และยังมีน้ำหนักตัวที่ประมาณ230กิโลกรัมโดยรถคันนี้นั้นได้ทำสถิติสถิติคอสต้ามายอยู่ที่ประมาณ13.9วินาทีโดยจะใช้ความเร็วไปถึง150กิโลเมตรต่อชั่วโมงและในความเร็วท็อปสปีดที่สามารถทำได้ก็คือ146กิโลเมตรต่อชั่วโมง

1974 KAWASAKI X99 RCE

หลังจากที่ได้เปิดตัวคู่แข่งกันไปแล้วนั้นไม่ว่าจะเป็นยามาฮ่าหรือว่าซูซูกิทาง KAWASAKI ก็ได้มีการแอบพัฒนารถจักรยานยนต์โรตารี่บ้างโดยจะมีชื่อรุ่งว่า X99โดยรถคันนี้นั้นได้ถูกสร้างขึ้นในปี1974ถึง1975โดยจะมีเปกเครื่องยนต์อยู่ที่ KAWASAKI X99 RCE ได้เป็นรถที่มีขนาดเครื่องยนต์900cc

โดยจะมีปริมาณกระบอกสูบจริงก็คือ896ccและประมาณโดยขนาดของระบบของเครื่องยนต์นั้นสองโรเตอร์โดยมี5สปีดโดยจะมีแรงม้าถึง87.8แรงม้าและมีแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ประมาณ105.7นิวตันเมตรแต่ก็น่าเสียดานด้วยว่า KAWASAKI X99 RCE นั้นได้เป็นแค่รถปตไทเท่านั้นไม่ได้ถูกนำเอามาผลิตแบบจริงๆเพราะว่าในตอนนั้นทาง KAWASAKIนั้นก็ได้ประสบปัญหาในเรื่องของการพัฒนาวิจัยและไม่ว่าจะเป็นปัญหาในเรื่องของเครื่องที่ได้ทำออกมามันได้มีความเสียงดังแล้วก็เครื่องยนต์รุ่นนี้มันก็ได้มีแรงเอนจิ้น

เบรคน้อยมากแล้วก็ปัญหาที่ใหญ่มากที่สุดที่ได้เกิดขึ้นในตอนนั้นก็คือวกิจตการน้ำมันนั้นเองซึ่งในยุคประมาณในปี70นั้นมันก็ได้เกิดวกิจตการน้ำมันขึ้นมาและน้ำมันมัก็จะหายากแล้วก็จะแพงมากด้วยซึ่งจุดเด่นของเครื่องยนต์โรตารี่นั้นก็คือในเรื่องของการกินน้ำมันมากเลยทีเดียวเพราะว่าเพื่อนๆเองอย่าลืมว่า1การหมุนของเครื่องยนต์โรตารี่นั้นมันจุดระเบิดถึง3ครั้งด้วยกัน

จากนั้นมันก็เลยกลายมาเป็นรถที่กินน้ำมันมากที่สุดนอกจากเครื่องยนต์เจ็ทซึ่งทาง KAWASAKIก็ได้ทราบถึงของปัญหาตรงนี้ก็เลยพับโครงการลงไปในปี1975ซึ่งมันก้เป็นที่น่าเสียดายมากๆเพราะว่ารถรุ่นนี้ไม่ได้ไปอวดโฉมที่ไหนเลยก็ยังคงเป็นรถโปรโตไทพ์อยู่นั่นเอง

โพสท์ใน ประวัติและตำนาน | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน รถจักรยานยนต์เครื่องโรตารี่ที่ไม่ได้ถูกผลิตสู่ท้องตลาด

รถมอเตอร์ไซค์เครื่องยนต์โรตารี่

ถ้าหากว่าพูดถึงเครื่องยนต์รถมอเตอร์ไซค์หลายคนก็อาจจะนึกถึงเรื่องของรถ4จังหวะรถ2จังหวะหรือว่ารถเครื่องยนต์เบนซินหรือว่าดีเซลหรือแม้แต่เครื่องยนต์เจ็ทที่ได้ถูกนำเอามาใส่ในรถจักรยานยนต์แต่พวกคุณลืมเครื่องยนต์ประเภคหนึ่งไปหรือป่าวเครื่องยนต์ที่ลูกไม่ได้เป็นวงกลม

และมีเสื้อสูบที่เป็นวงรีและที่สำคัญก็คือเครื่องยนต์ตวนี้นั้นมันแรงยิ่งกว่า2จังหวะอีกเพื่อนๆพอจะนึกออกหรือไม่ว่ามันจะเป็นเครื่องยนต์อะไร เรากำลังจะพูดถึงเครื่องยนต์โรตารี่ซึ่งในวันนี้เราจะพาเพื่อนกลับไปย้อนในอดีตไปประมาณ40ถึง50ปีซึ่งในยุคนั้นได้มีการพัฒนาและก็ทำรถรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์โรตารี่ออกมาจำหน่ายกันเพราะฉะนั้นคุณจะมาพบกับรถมอเตอร์ไซค์เครื่องยนต์โรตารี่ที่คุณอาจจะไม่เคยได้รู้จักกันมาก่อน

ปี1972 YAMAHA RZ201

สำหรับ YAMAHA RZ201 ถือได้ว่าเป็นรถคันแรกในโลกเลยก็ได้ที่สามารถนำเอาเครื่องยนต์โรงตารี่นั้นนำเอามาใส่ในรถจักรยานยนต์โดยจะมีการเปิดตัวในครั้งแรกนั้นในปี1972ที่งานโตเกี่ยวมเตอร์โชว์โดยที่ทาง YAMAHA ได้โชว์ศักยภาพว่า YAMAHAมีแนวคิดที่แปลกใหม่แล้วก็ได้หานวัฒกรรมใหม่ๆเอามาใส่ในรถของตัวเองแต่ว่าเป็นที่หน้าเสียดายเพราะว่า YAMAHA RZ201ไม่เคยได้ถูกผลิตออกมาเพื่อการจำหน่ายเลยแม้แต่คันเดียวพูดง่ายๆเลย

ทาง YAMAHAเองนั้นกะว่าจะผลิตทำขึ้นมาเพื่อโชว์เท่านั้นและต่อไปนี้ก็คือสเปคของ YAMAHA RZ201   YAMAHA RZ201 โดยมีรหัสโครงการว่าYC587โดยพื้นฐานตัวรถนั้นมาจาก YAMAHA CL750โดยได้พัฒนาเปลี่ยนจากเครื่องยนต์2จังหวะ4สูบมาเป็นเครื่องยนต์โรตารี่แทนโดยจะมีขนาดเครื่องยนต์ประมาณ650ccปริมาณกระบอกสูบจริงก็คือ666ccเครื่องยนต์นั้น

ได้เป็นแบบขนาดสองโรเตอร์หรือจะพูดง่ายๆเลยก็คือจะมีสองลูกสูบแต่อย่างไรก็ตามเพื่อนๆนั้นอย่าลืมว่าเครื่องยนต์โรตารี่นั้น1รอบของการหมุนของเครื่องยนต์มันสามารถที่จะจุดระเบิดได้ถึง3ครั้งด้วยกันเองเพราะฉะนั้นถึงจะมีแค่เพียงสองโรเตอร์แต่ว่ามันเหมือนกับเครื่องยนต์6สูบเลยทีเดียวต่อการหมุน1รอบเท่านั้นโดยเครื่องยนต์ในชุดนี้นั้น

สามารถให้เครื่องยนต์ถึง66แรงม้าที่6,000รอบต่อนาทีและระบายความร้อนด้วยน้ำเพราะข้อมูลที่ทางเรานั้นได้หามาได้นั้นก็จะมีแค่เพียงเท่านี้เพราะว่ามันจะเป็นคอนเซ็ป ไบค์เท่านั้นเองที่จะนำเอามีบอกกล่าวเล่าสู่ให้เพื่อนๆนั้นได้รับรู้กันที่เกี่ยวกับเครื่องของเครื่อยนต์รถมอเตอร์ไซค์โรตารี่ที่เพื่อนๆอาจจะไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเพราะว่าทาง YAMAHAเองเขาก็ไม่ได้ผลิตออกมาวางขายตามทอดตลาดเพราะจัดสร้างขึ้นมาเพื่อการโชว์เท่านั้น

โพสท์ใน ประวัติและตำนาน | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน รถมอเตอร์ไซค์เครื่องยนต์โรตารี่