ทำไมต้องเปลี่ยนแปลงไม่เปลี่ยนแปลงไม่ได้หรอ?

การปฏิวัติอุตสาหกรรม คือ จักรกลที่ผลักดันความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในตอนนั้นเพราะอุตสาหกรรมทำให้เกิดผู้ผลิตเกิดเจ้าของปัจจัยการผลิต และเกิดความต้องการแรงงานจำนวนมากหลายๆประเทศเริ่มตั้งคำถามกับระบอบเก่าที่ตัวเองอยู่มานาน

ซึ่งเทรนด์ ก็คือ ระบอบเก่าไม่สามารถปรับตัวเพื่อนำพาสังคมให้ไปรอดในโลกอนาคตได้เมื่อทำไม่ได้หรือไม่ได้รับการไว้วางใจการผลัดดันเพื่อการเปลี่ยนแปลงก็ตามมาและการเปลี่ยนแปลงไม่ได้หมายความว่าต้องเปลี่ยนเป็นประชาธิปไตยเสมอไปด้วยเช่น

ญี่ปุ่นทำการปฏิรูปเมจิช่วงปี พ.ศ.2432หรือ ค.ศ.1889เปลี่ยนประเทศจากระบอบศักดินาของขุนนางหรือพวกไดเมียวเป็นระบอบสมบูรณาสสิทธิราชย์

โดยจักรพรรดิขับเคลื่อนประเทศด้วยทุนนิยมมุ่งหน้าเข้าสู่การเป็นประเทศมหาอำนาจอุตสาหกรรมจนเป็นชาติเอเชียแต่ชนะสงครามกับรัเซียได้ในปีพ.ศ.2448หรือ ค.ศ.1905จากนั้นลิทธิบูชาทหารญี่ปุ่นก็รุ่งเรืองขึ้นมาทันที

การปฏิวัติซินไฮ่ในประเทศจีนเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ.2454หรือ ค.ศ.1911เป็นการปฏิวัติเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบกษัตริย์

ซึ่งได้มีมาหลายพันปีและเข้าสู่ยุคการแย่งชิงอำนาจอีกยาวนานกว่า40ปีและในช่วงของสงครามโลกครั้งที่1การเมืองในยุโปรก็ทวีความรุนแรงเกิดการปฏิวัติรัสเซียพระเจ้าซาร์หมดอำนาจในปี พ.ศ.2460หรือ ค.ศ.1917 อีกหนึ่งปีต่อมาในออสเตรีย-ฮังการี ไกเซอร์วิลเฮ็ล์มที่2ก็ถูกขับไล่เช่นกัน

สองเหตุการณ์หลังเป็นสิ่งที่ส่งอิทธิพลกับการเมืองในสยามมากๆเห็นได้จากการประกาศคณะราษฎรฉบับที่1มีช่วงหนึ่งระบุว่า ไม่มีประเทศใดในโลกจะให้เงินเจ้ามากเช่นนี้ นอกจากพระเจ้าซาร์และพระเจ้าไกเซอร์เยอรมันซึ่งชนชาตินั้นได้โค่นบัลลังก์เสียแล้ว

สำหรับประเทศสยามที่มีการเปลี่ยนแปลงมาในปี พ.ศ.2474หรือ ค.ศ.1932ถ้าเทียบกับเหตุการณ์ระดับโลกแล้วก็ถือว่าการเปลี่ยนแปลงมาช้าไปหลายสิบปีเลยทีเดียวอีกแป๊ปเดียวสงครามโลกครั้งที่สองก็จะปะทุขึ้นแล้วแล้วอย่าลืมว่าคณะราษฎรเกือบทุกคนไม่ว่าจะสายพลเรือนหรือสายทหารมีพื้นเพจากคนที่ถูกส่งไปเรียนต่อในโลกตะวันตกที่เจริญก้าวหน้าและเสรีภาพเป็นเรื่องใหญ่

โดยเฉพาะยุโรป ทั้ง ฝรั่งเศส เยอรมัน อังกฤษ ซึ่งในช่วงเวลาประมาณ ค.ศ.1920 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่งงและครั้งที่สองช่วงเวลานั้นความเจริญเริ่มกลับเข้ามาหาคนชนชั้นกลางที่มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆการผลิตที่เคยเน้นผลิตอาวุธสงครามก็เปลี่ยนมาผลิตรถยนต์จำนวนมากเพื่อให้คนเข้าถึงได้พร้อมที่เข้าถึงที่ห่างไกลมาขึ้นมีวิทยุมีโทรศัพท์ตามบ้านมากขึ้นเรื่อยๆ

โดยเฉพาะวิทยุที่เริ่มแพร่หลายเช่นในอังกฤษBBC Radioที่เป็นสื่อสาธารณะก็เริ่มออกอากาศในช่วงนั้นโทรทัศน์ขาวดำก็เริ่มประดิษฐ์ในช่วงนั้นเช่นเดียวกัน

 

สนับสนุนโดย  dewabet

โพสท์ใน ประวัติศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ทำไมต้องเปลี่ยนแปลงไม่เปลี่ยนแปลงไม่ได้หรอ?

ชนิดของสีที่ใช้ในงานศิลปะ

ผลงานศิลปะที่ศิลปินสร้างสรรค์ออกมานั้น นอกจากจะมีการวาดรูปแล้วยังมีการใช้สีในการระบายผลงานด้วย และการใช้สีแต่ละชนิดก็แตกต่างกันไปตามความสามารถ ความถนัดของศิลปินแต่ละคน ผลงานศิลปะไม่มีการจำกัดใช้ชนิดสีอย่างตายตัว ศิลปินสามารถใช้สีชนิดใดก็ได้ที่ตนเองต้องการหรือถนัด ซึ่งสีที่ใช้ในการระบาย สร้างสรรค์ผลงานศิลปะมีด้วยกันทั้งหมด  8 ชนิด ดังนี้

1.สีเทียน 

สีที่มีลักษณะเป็นฝุ่นผงละเอียดนำไปผสมกับขี้ผึ้งหรือไขสัตว์ ก่อนจะนำไปอัดเป็นแท่ง สีเทียนมีลักษณะทึบแสง สามารถทาทับสีกันได้ หากไประบายสีอ่อนไปแล้วสามารถระบายสีเข้มทับได้ และสีเทียนมักไม่เกาะติดพื้น สามารถขูดออกได้ ซึ่งมักนิยมใช้สีเทียนในวัยเด็กที่กำลังหัดวาดรูป อย่างเช่น เด็กอนุบาล เป็นต้น

2.ดินสอสี 

สีที่มีลักษณะเป็นผงละเอียดก่อนจะนำไปผสมกับขี้ผึ้ง หรือไขสัตว์ แล้วนำไปอัดเป็นแท่งดินสอ ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายสีชอล์ก แต่แท่งจะเรียวยาวกว่า และราคาถูกกว่า ดินสอสีเป็นสีที่เด็กๆนิยมใช้กัน และในปัจจุบันในการพัฒนาดินสอสีให้เป็นลักษณะดินสอสีไม้ระบายน้ำ คือนอกจากเป็นดินสอสีแล้วยังสามารถเป็นสีน้ำได้อีกด้วย โดยมีการใช้งานในลักษณธเดียวกับสีน้ำที่ต้องมีการนำพู่กันมาใช้ในการระบาย

3.สีน้ำ 

สีที่ใช้น้ำเป็นส่วนผสมหลัก ไม่ว่าจะเป็นการทำให้สีเจือจางหรือเข้มขึ้น และต้องใช้พู่กันในการระบายสี ดังนั้นศิลปินต้องมีความชำนาญในการผสมสีเข้ากับน้ำและการใช้พู่กันในแต่ละเบอร์ เพราะสีน้ำค่อนข้างควบคุมและแก้ไขได้ยาก สีน้ำเป็นสีที่มีการใช้กันมาตั้งแต่โบราณ ทั้งในทวีปยุโรป และเอเชีย โดยเฉพาะประเทศจีน และญี่ปุ่นที่มีความสามารถในการระบายสีน้ำอย่างเป็นเลิศ

4.สีโปสเตอร์ 

สีที่มีลักษณะเป็นฝุ่นก่อนนำไปผสมกาวน้ำแล้วบรรจุใส่ขวด เมื่อจะใช้งานต้องมีการใช้น้ำในการผสมสี ซึ่งมีลักษณะเดียวกับสีน้ำ ใช้น้ำเป็นส่วนผสมหลักเพื่อทำให้สีเกิดการเจือจางหรือเข้มขึ้น แต่สีโปสเตอร์จะเป็นเนื้อข้นกว่า มักใช้ในการวาดรูปออกแบบหรือวาดรูปประกอบเรื่องราวต่างๆ

5.สีชอล์ก 

สีที่มีลักษณะเป็นฝุ่นผงละเอียดผสมกาวยางไม้หรือขี้ผึ้งแล้วนำมาอัดเป็นแท่งเหมือนแท่งดินสอสี แต่สีชอล์กจะมีเนื้อที่ละเอียดและมีขนาดแท่งที่ใหญ่กว่าดินสอสี สีชอล์กถูกใช้ในการวาดภาพมากว่า 250 ปี โดยเฉพาะในงานวาดภาพเหมือน 

6.สีฝุ่น 

สีที่เกิดจากการที่มนุษย์นำหิน ดิน ทราย แร่ธาตุ สัตว์ พืชมาบดเป็นผงละเอียดแล้วผสมกับน้ำและกาวเพื่อนำไปใช้วาดรูปตามผนังในสมัยก่อน  แต่ในปัจจุบันสีฝุ่นมีลักษณะเป็นผง ถ้าจะใช้งานต้องนำสีฝุ่นไปผสมน้ำ เหมือนกับการใช้งานสีโปสเตอร์ สีฝุ่นเป็นสีที่มีความทึบแสง ศิลปินนิยมใช้ในการวาดภาพทั่วไป โดยเฉพาะการวาดภาพฝาผนัง

7.สีน้ำมัน 

สีที่มีการผสมระหว่างน้ำมันกับสีฝุ่น โดยน้ำมันที่ใช้ในการผสมส่วนใหญ่เป็นน้ำมันที่มาจากพืช มีลักษณะเป็นสีทึบแสง ศิลปินมักนิยมนำสีไปผสมสีขาวก่อนจะลงสี โดยใช้พู่กันในการระบาย สีน้ำมันค่อนข้างมีความคงทน กันน้ำและแห้งช้า จึงถูกนิยมนำไปใช้ในงานวาดรูปบนผ้าใบ งานวาดรูปที่มีขนาดใหญ่ๆ

8.สีอะครีลิค 

สีที่มีส่วนผสมของสารพลาสติกโพลีเมอร์ จำพวกสารไวนิลหรืออะครีลิค  สีอะครีลิคเป็นสีที่ถูกคิดค้นและผลิตขึ้นมาใหม่ มีลักษณะโปร่งแสงและทึบแสง คล้ายกับสีน้ำและสีน้ำมัน หากจะใช้งานต้องนำไปผสมน้ำ สีอะครีลิคเป็นสีที่มีความทนทาน กันน้ำได้ดี และเหตุนี้จึงทำให้สีอะครีลิคมีราคาที่ค่อนข้างสูง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เล่นหวยลาวยังไงให้ถูก

โพสท์ใน ศิลปะ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ชนิดของสีที่ใช้ในงานศิลปะ

ความเป็นมาของประเพณี ตักบาตรดอกไม้

ประเพณีนี้มีการจัดขึ้นที่อำเภอพระพุทธบาท โดยมีการกำหนดวันในวันที่เป็นวันแรมหนึ่งค่ำในเดือนแปด ของทุกปี ซึ่งจะเป็นวันที่ตรงกับวันเข้าพรรษาของไทยของเรานี่เอง การจัดประเพณีขึ้นมาเพื่อให้ชาวบ้านได้ไปทำการทำบุญตักบาตรกัน และนอกจากนั้นยังให้ชาวบ้านได้ทำพิธีเกี่ยวกับวันเข้าพรรษาอีกด้วย ด้วยการนำเทียนพรรษาไปถวายวัด

การทำกิจกรรมในวันเข้าพรรษาในช่วงเช้าเสร็จแล้ว ก็จะมีการเตรียมตัวในช่วงบ่ายที่เป็นการทำพิธีตักบาตรดอกไม้กัน โดยการตักบาตรดอกไม้นี้จะมีการจัดกิจกรรมที่ถนนของเส้นทางเข้าวัด โดยตั้งอยู่บนพื้นที่ ณะวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท

สำหรับดอกไม้ที่จะนำมาถวายพระหรือนำมาใส่บาตรนั้นจะเป็นดอกที่มีลักษณะเหมือนกับดอกกระชาย หรือดอกขมิ้น ลักษณะของสีนั้นจะมีทั้งสีเหลืองและสีขาว คนส่วนใหญ่จะเรียกดอกไม้ชนิดนี้ว่าดอกเข้าพรรษา เพราะมันจะขึ้นในช่วงเข้าพรรษานี้เพียงเท่านั้น

และดอกเข้าพรรษานี้จะหาได้ก็จะต้องออกไปปีนเข้าเพียงเท่านั้นนะ เพราะมันชอบขึ้นบริเวณที่เป็นไหล่เขาเพียงเท่านั้น และมันยังขึ้นในบริเวณของจังหวัดสระบุรีอย่างเดียวอีกด้วย

พิธีการตักบาตรดอกไม้ มีดังนี้

เมื่อได้เวลาอันสมควร ชาวบ้านจะพากันมารอ บริเวณทางขึ้น หรือตามบันไดที่ด้านบนมีรอยพระพุทธบาทประทับเอาไว้ โดยที่นั้นชาวบ้านจะมารอเข้าคิวกันเป็นจำนวนมาก เพราะมีความเชื่อกันว่าการที่นำดอกไม้ไปใส่บาตรหรือถวยพระสงฆ์ในครั้งนี้จะเป็นการนำให้ตนเองนั้นขึ้นไปสู่สวรรค์ในภายภาคหน้า

 นอกจากชาวบ้านจะนำดอกไม้พรรษานี้มาถวายแล้ว ยังนำน้ำใส่ขันหรือภาชนะต่างๆและโรยไปด้วยดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมต่างๆ เพื่อนำมาล้างเท้าให้แก่พระภิกษุสงฆ์ ความเชื่อในการล้างเท้านี้โดยเชื่อว่าหากว่าตนได้ล้างเท้าพระสงฆ์แล้ว จะเป็นการชำระบาปที่ตนได้กระทำลงไปทั้งตั้งใจก็ดีไม่ได้ตั้งใจก็ดี ให้หมดออกไป

อธิบายดอกเข้าพรรษา มีลักษณะเป็นอย่างไร

อย่างที่เราได้กล่าวข้างต้นไว้แล้วว่าดอกเข้าพรรษานั้น มีลักษณะคล้ายกับต้นกระชาย และลักษณะคลายกับต้นขมิ้น โดยความสูงของมันนั้นจะอยู่ที่ประมาณเพียงแค่คีบนิ้วมือนิดๆเพียงเท่านั้น สำหรับบางต้นนั้นก็จะออกดอกเป็นสีขาว สีม่วง สีเหลือง แล้วแต่พันธุ์ของมัน เพราะจะออกสีที่แตกต่างกันไป

ดอกเข้าพรรษาของที่นี่จะมีสองสายพันธุ์ด้วยกัน ได้แก่

สายพันธุ์กระเจียว โดยสายพันธุ์นี้มักจะออกดอกเป็นสีขาว ในบางที่ก็จะออกขาวอมชมพู และจะออกมามีทั้งแบบดอกใหญ่และแบบที่เปป็นดอกเล็ก

สายพันธุ์หงษ์เหิร ลักษณะเป็นก้านยาวๆ กรีบดอกนั้นจะมีความบอบบางมาก และดอกก็จะมีขนาดเล็กอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  rb88 สมัคร

โพสท์ใน ประเพณ๊และวัฒนธรรม | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ความเป็นมาของประเพณี ตักบาตรดอกไม้

ตำนานเขาตาม่องล่าย  สถานที่ท่องเที่ยวแห่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

      สถานที่ท่องเที่ยวทุกที่ย่อมมีตำนานที่เล่าขานกันต่อมาจากปู่ย่าตายาย โดยส่วนใหญ่แล้วก็จะมีการบอกเล่าถึงที่มาที่ไปความเป็นมาว่าเหตุใดเราจึงเลือกสถานที่แห่งนี้ตามชื่อนั้นๆดังนั้นวันนี้เราจะมาค้นหาตำนานของเขาตาม่องล่ายซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามแห่งหนึ่งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

แต่เชื่อได้เลยว่าหลายคนที่เคยมาเที่ยวที่นี้อาจจะไม่เคยรู้เลยว่าที่นี่นั้นเคยมีตำนานความเป็นมาอย่างไรบ้างดังนั้นวันนี้เราจะมาพูดถึงตำนานเขาตาม่องล่าย ให้ฟังกันค่ะ สำหรับตำนานที่มีคนเล่าลือกันว่าทำไมถึงเรียกที่นี่ว่าเขาตาม่องล่าย นั้น

เกิดมาจากการที่ก่อนหน้านี้มีชาวบ้านอาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่แห่งนี้มีครอบครัวหนึ่งมีลูกสาวหน้าตาสวยงามโดยครอบครัวนี้ฝ่ายชายซึ่งเป็นพ่อนั้นชื่อว่าตาม่องล่าย ส่วนคนเป็นแม่ชื่อว่านางรำพึงสองสามีภรรยานี้มีรูปสาวที่มีความสวยงามเป็นอันดับหนึ่งในหมู่บ้านใครๆต่างก็อยากจะมาสู่ขอหญิงสาวด้วยกันทั้งนั้นอยู่มาวันหนึ่งเจ้าเมืองประจวบได้ข่าวเกี่ยวกับความงามของลูกสาวของตาม่องล่าย

จึงได้มีการส่งคนมาสู่ขอเพื่อจะพาลูกสาวของตาม่องล่ายไปแต่งงานด้วยซึ่งตาม่องล่ายก็ตกลงโดยที่ตาม่องล่ายนั้นลืมบอกกับนางรำพึงผู้เป็นเมียว่าเจ้าเมืองประจวบนั้นมาขอลูกสาวและเขาได้ยกให้แล้วส่วนทางด้านนางรำพึงนั้นก็ไปเจอกับเจ้ากรุงจีนซึ่งเดินทางมาจากเมืองจีนแล้วบังเอิญได้ยินกิตติศัพท์ความงดงามของลูกสาวของแม่รำพึงจึงได้มาสู่ขอลูกสาวกับแม่รำพึง

โดยทางแม่รำพึงเองก็ได้มีการยกลูกสาวให้กับเจ้ากรุงจีนเพื่อแต่งงานโดยที่แม่รำพึงนั้นก็ไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้กับตาม่องล่ายรู้เช่นกันดังนั้นพอถึงวันแต่งงานจริงๆจึงทำให้มีขบวนขันหมากแห่มาสู่ขอลูกสาวของตาม่องล่ายและแม่รำพึง 2 ขบวนด้วยกันโดยเป็นขบวนหนึ่งมาจากเจ้ากรุงจีนและอีกขบวนหนึ่งมาจากเจ้าเมืองประจวบเมื่อทั้งสองได้มาปะทะกันที่หน้าบ้านของฝ่ายหญิงต่าง

ก็ไม่พอใจซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ตาม่องล่ายนั้นเกิดความโมโหจึงได้ทะเลาะกับนางรำพึงโดยตาม่องล่ายนั้นได้เอาหมวกโยนกระบุงใส่ไปที่นางรำพึงแต่ว่านางรำพึงนั้นหลบได้ทันทำให้กระบุงดังกล่าวนั้นไปตกในทะเล ซึ่งต่อมาตรงบริเวณที่กระบุงตกนั้น

เรียกว่าเกาะกระบุงส่วนทางด้าน นางรำพึงนั้นก็ได้มีการขว้างหมวกใส่ตาม่องล่ายแต่ตามองได้ก็หลบได้ทันทำให้หมวกนั้นไปตกทะเลซึ่งต่อมาชาวบ้านเรียกตรงนั้นว่าเขาล้อมหมวกตาม่องล่ายไม่เพียงแค่โกรธภรรยาของตนเองเท่านั้นแต่ยังโกรธลูกสาวของตนเองด้วยด้วยความโมโหตาม่องล่ายจึงฉีกร่างลูกสาวออกเป็น 2 ส่วนหลังจากนั้นก็โยนไปคนละฝั่งเลยฝั่งนึงเดี๋ยว

โอนไปให้เจ้าเมืองกรุงจีนอีกฝั่งนึงนะเดี๋ยวโอนไปให้เจ้าเมืองประจวบซึ่งฝั่งที่โยนไปให้เจ้ากรุงจีนนั้นร่างของลูกสาวตามของไร่ไปตกในทะเลจันทบุรีซึ่งที่นั่นมีการตั้งชื่อเกาะเกาะหนึ่งว่าเกาะนมสาวส่วนอีกสิ่งนึงที่โยนไปให้เจ้าเมืองประจวบนั้นไปตกอยู่ที่ทะเลตรงอำเภอปราณบุรีจึงมีเกาะที่ชื่อว่าเกาะนมสาวเช่นเดียวกันและนี่คือที่มาของเกาะทั้งหลายที่มีการเรียกชื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวกัน

ในปัจจุบันนี้อย่างไรก็ตามจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นทำให้แม่รำพึงนั้นเสียใจวิ่งหนีออกไปร้องไห้ฟูมฟายอยู่บนริมชายหาดและเธอก็ตายตายตรงริมหาดนั้นเองซึ่งต่อมาหาตรงนั้นก็เรียกว่าหาดแม่รำพึงส่วนตาม่องล่ายนั้นก็เสียใจเช่นเดียวกันออกมานั่งกินเหล้าตรงบริเวณริมทะเลจนตายซึ่งต่อมาตรงบริเวณที่ตามของไร่ตายนั้นก็เรียกว่าเขาตาม่องล่ายนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์

โพสท์ใน ประวัติศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ตำนานเขาตาม่องล่าย  สถานที่ท่องเที่ยวแห่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ตำนานสงครามญี่ปุ่นบุกเข้าโจจมตีเพอฮาเบอร์

เริ่มเรื่องในวันที่4ธันวาคม ปี1937 ที่โตเกียว ตัวแท้ของประเทศอังกฤษก็ได้เข้าประชุมหาลือเพื่อให้เกิดความสงบสุขในทะเลแปซิฟิกพลเรือเอกยามาโมโต้ของญี่ปุ่นคนนี้เขาได้เป็นคนที่เชิญทุกคนมาและในที่ประชุมก็มีเรตั่นที่เป็นคนของอเมริกาได้เข้าประชุมด้วย และหลังจากประชุมเสร็จ พลเรือเอกยามาโมโต้กับเรตั่นก็ได้เข้ามานั่งคุยกันตอนนี้ญี่ปุ่นกำลังฮิกเหิมที่สามารถบุกเข้าจีนได้และอยากจะมีอำนาจที่เหนือโลก

แต่น้ำมันส่วนใหญ่แล้วมันได้มาจากอเมริกาและถ้าน้ำมันเหล่านั้นมันได้เป็นภัยคุกคามญี่ปุ่นก็อาจจะต้องใช้ความรุนแรงเหมือนพลเรือเอกยามาโมโต้เขาได้ขู่เรตั่นและก็ได้ให้เรตั่นได้ไปบอกกับทางวอชิงตันอย่างให้เรื่องของน้ำมันจะต้องมาบีบบังคับให้ทำ 

4ปีต่อมาก็ได้เกิดสงครามขึ้นทั่วโลกญี่ปุ่นได้บุกจีนฮิตเลอร์ก็ได้เข้าโจมตีนยุโรปอย่างสายฟ้าแลบตอนนี้อเมริกายังได้วางตัวเป็นกลางอยู่ 

หลังจากนั้นมาในวันที่7ธันวาคม ปี1941ที่เรือบรรทุกเครื่องบินUSS Enterprise170ทางตะวันตกนิเวย์ที่ได้อยู่หน่วยเครื่องบินทิ้งระเบิด 

ซึ่งตอนนั้นเขาได้กำลังซ้อมบินกันอยู่แถมยังได้ซ้อมเอาเครื่องบินลงอย่างหวาดเสียวทุกๆคนต่างก็ได้พากันลุ่มว่าเครื่องบินลำนี้มันจะตกไหมแต่สุดท้ายนิเวย์เขาก็สามารถที่จะนำเอาเครื่องบินลงจอดได้อย่างปลอดภัยและนิกสันที่เป็นเพื่อนกันของนิเวย์

ซึ่งกลุ่นของเขาก็ได้รับคำสั่งมาจากแมคคาดี้ที่ได้เป็นหัวหน้ากองบินให้กองบิน6ให้บินไปที่เพอฮาเบอร์และนิเวย์เขาก็ไม่ได้ไปด้วยในภาระกิจนี้

หลังจากนั้นกลับมาที่เรือUSS Arizonaที่เพอฮาเบอร์และนั่นก็คือเรือโทลอยเฟียสังกัดกองทัพเรือของสหรัฐ ซึ่งเขาได้เป็นเพื่อนรวมรุ่นกับนิเวย์และนิกสันอีกด้วยทั้งสามคนนี้เขาได้สนิทกันเป็นอย่างมาก ซึ่งในตอนนั้นเขาก็ได้สั่งให้ลูกเรือนั้นให้ได้จัดเตรียมโต๊ะอะไรสักอย่างอยู่ๆเสียงเครื่องบินและเสียงระเบิดมันก็ได้ดังขึ้น

ซึ่งญี่ปุ่นได้เข้าโจมตีเพอฮาเบอร์และได้ยิงถล่มเรือรบของอเมริกันจมทะเลไปหลายลำ โดยที่อเมริกายังไม่มีโอกาสที่จะตอบโต้เพราะอเมริกาไม่คิดว่าญี่ปุ่นจะบุกเข้าโจมตีที่เพอฮาเบอร์แบบสายฟ้าแลบแบบนี้ลอยเฟียเขาได้พยายาใช้ปืนใหญ่ที่จะยิงต่อสู้เขาได้ยิงจนเขาได้จมไปพร้อมกันกับเรือส่วนนิกสันที่ได้ขับเครื่องบินมาที่เพอฮาเบอร์พวกเขานั้นได้ขับกันมาแค่เพียงสองลำเท่านั้น

พอทั้งสองได้ขับเครื่องบินมาถึงเขาก็ได้ถูกเครื่องบินทางญี่ปุ่นเข้าโจมตีและถูกยิงจนทำให้เครื่องบินตกลงไปทะเลหนึ่งลำจากนั้นนิกสันก็ได้วิทยุแจ้งไปว่าตอนนี้เพอฮาเบอร์โดนโจมตีพอแจ้งเสร็จพวกเขาก็ได้ถูดกเครื่องบินของศัตรูยิงล่วงลงไปในทะเล

 

สนับสนุนโดย  entaplay poker

โพสท์ใน ประวัติศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ตำนานสงครามญี่ปุ่นบุกเข้าโจจมตีเพอฮาเบอร์

ประเทศจีนเขาสืบเชื้อสายกันอย่างไร

ในแต่ละประเทศก็จะมีการปกครองในรูปแบบที่ไม่เหมือนกันและตำแหน่งของผู้นำก็จะแตกต่างกันไปตามระบอบการปกครองบาง ประเทศมีการเลือกตั้งผู้นำสูงสุด โดยตรงผู้นำมีตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีบางประเทศก็มีการเลือกตั้งทางอ้อมผู้นำพรรคที่ชนะ

การเลือกตั้งจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีบางประเทศใช้ระบบผู้สืบสายเลือดในระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และก็ยังมีบางประเทศที่ยังใช้ระบบในการสืบสายเลือดในแบบของด้านประธานาธิบดีมันเป็นอะไรที่ดูแปลกดี นอกจากนี้ก็ยังมีประเทศที่เป็นลักษณะเป็นรัฐบาลหุ่นได้มีการคัดเลือดเกิดขึ้นมา

จากผู้ที่ได้มีอำนาจที่ได้สั่งการอยู่ภายนอกประเทศและในวันนี้เราไม่ได้จะออกมาพูดว่าระบบไหนมันจะดีหรือว่ามันไม่ดี ซึ่งวันนี้เราก็จะมาพูดถึงในเรื่องของผู้นำสาธารณะรัฐในประเทศจีน

กล่าวคือ ด้านของสาธารณะประชาชนจีน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นประเทศที่มีอายุน้อยมากกว่ามันได้เป็นระบอบของการปกครองที่ได้ก่อตั้งขึ้นมาเป็นสาธารณะประชาชนจีน โดยได้มีเหมาเจ๋อตง เมื่อประมาณปี ค.ศ.1949 เราจะบอกว่ามันได้เป็นประเทศที่เกิดขึ้นมาใหม่มันก็คงจะไม่ผิด

โดยเรื่องของผู้นำมันก็คงจะเป็นเรื่องที่น่าสนใจอยู่พอสมควร ซึ่งในประเทศจีนที่ได้มีจำนวนประชากรที่เยอะมากอีกทั้งยังได้มีเรื่องของเศรษฐกิจเป็นอันดับสองของโลกอีกด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีอำนาจในด้านของทหารอีกด้วยในส่วนของทหาร

และยังได้มีการแพร่ออกไปจนทั่วทุกมุมโลกอีกด้วย ซึ่งเราควรที่จะศึกษาในด้านระบบของการเมืองของพวกเขากัน เนื่องจากสาธารณะรัฐประชาชนจีนนั้นยังได้มีการปกครองในระบบพรรคเดียวกันและที่เป็นพรรคเดียวนั้นก็คือเหล่าพรรคคอมมิวนิสต์ของประเทศจีน ซึ่งพรรคคอมมิวนิตส์ก็ได้เข้ามาปกครองประเทศจีนตั้งแต่เหมาเจ๋อตงที่ได้ประกาศจัดตั้งสาธารณะรัฐของประชาชนจีน ใน ค.ศ.1949

โดยจนมาถึงปัจจจุบันนี้ก็ได้มีอายุมากกว่า70ปี ซึ่งในระยะเวลา70ปีประเทศจีนนั้นก็ได้มีผู้นำสูงที่สุดถึงประมาณ6คนและอยากจะบอกว่าใน4คนนั้นต้องบอกเลยว่าเป็นรุ่นออริจินัลกันเลยทีเดียว ซึ่งพวกเขานั้นได้มีส่วนร่วมในการปฏิวัตอีกทั้งยังได้มีส่วนร่วมของการรบในสมัยของสงครามกลางเมืองกับพวกพรรคก๊กมินตั๋งบวกกับได้มีส่วนการรบในสมัยของสงครามโลกครั้งที่สองมีทั้งหมดด้วยกัน

อยู่สี่คนก็คือ เหมาเจ๋อตงหลิวเส้าฉีเติ้งเสี่ยวผิงและก็เจียงเจ๋อหมินและอีกสองคนหลังได้แก่หูจิ่นเทาและสีจิ้นผิงที่ยังได้เป็นผู้นำคนในปัจจุบันนี้เองได้เป็นบุคคลที่ได้เกิดมายังไม่ทันในยุคสมัยนั้นจะถือว่าเป็นคนรุ่นใหม่เลยก็ว่าได้

 

สนับสนุนโดย  entaplay pantip

โพสท์ใน ประวัติศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ประเทศจีนเขาสืบเชื้อสายกันอย่างไร

ตำนานเสือสมิงมีจริงหรือไม่?

สำหรับเรื่องราวของเสือสมิงและใครที่ได้ล้ำเรียนวิชาจนเสร็จสมบูรณ์แล้วคนๆนั้นจะยังไม่สามารถที่จะแปลงกายเป็นเสือได้เลยในทันทีได้อย่างสมบูรณ์แต่ถ้าหากว่าใครที่อยากจะแปลงกายเป็นเสือได้อย่างเต็มตัวอย่างสมบูรณ์แบบแล้วล่ะก็

ซึ่งในสิ่งสุดท้ายในขั้นตอนสุดท้ายนั้นคุณจะต้องออกไปฆ่าคนนั่นเอง ซึ่งตรงจุดนี้มันยังได้เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่มีความเกี่ยวข้องกับเสือสมิงในส่วนของตามความเชื่อที่เขาได้มีการพูดกันต่อมา ซึ่งตรงจุดนี้อย่างที่เราได้พูดกันไปว่าในส่วนของความเชื่อนั้นยังไงมันก็ยังเป้นความเชื่อ

ซึ่งในความชื่อตรงส่วนนี้มันก็ยังได้มีอยู่สิ่งหนึ่งที่มันได้ทำให้เราได้สนใจสิ่งนั้นนั่นก็คือมันได้มีสิ่งหนึ่งเป็นเหตุการณ์ประหลาดที่ได้มีหลายๆสิ่งหลายๆอย่างอีกทั้งมันก็ยังได้มีการบันทึกเอาไว้เป็นข้อมูลลายลักษรด้วย ซึ่งเราต้องบอกก่อนเลยว่าในส่วนเรื่องของตำนานเสือสมิงเราจะขอพูดเลยว่ามันได้มีอีกหลายตำนานเยอะแยะมากมาย

ซึ่งตามที่เราได้ไปศึกษาหาข้อมูลมันได้มีตำนานที่เขาได้มีการเล่าต่อๆกันมามันได้เป็นในตำนานของความเชื่อที่เขาได้มีการพบเห็นที่เป็นรูปภาพแบบเลื่อนรางหรือมันจะเป็นบางตำนานที่เขาได้มีการสร้างมันขึ้นมามันก็อาจจะมีเยอะแยะด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ก็ยังได้มีตำนานที่มันได้ทำให้เราน่าสนใจมากที่สุดก็คือมันก็จะมีอยู่สองตำนาน ซึ่งตำนานทั้งสองตำนานนี้มันได้เป็นตำนานที่ได้มีใครต่อหลายคนเขาได้พูดถึงกันอยู่บ่อยมากทั้งยังได้มีคนพูดเหมือนๆกันและก็ไม่ได้พูดอยู่ในพื้นที่เดียวกัน

ซึ่งมันได้มีการเล่าคานกันไปทั่วในทุกพื้นที่ในประเทศไทยทุกพื้นที่ต่างก็ได้บอกเหมือนกันว่ามันได้มีการเกิดสิ่งๆนี้จริงๆ ซึ่งเราอยากจะขอพูดไปทีละตำนานไป ซึ่งได้มีตำนานเรื่องของการบอกเล่าของพระธุดงค์

นอกจากเรื่องของพระธุดงค์หากใครที่ไม่เข้าใจของความหมายมันคือการที่พระท่านได้เดินเข้าไปปฏิบัติธรรมในทุกพื้นที่ต่างๆไม่ว่าจะเป็นบนป่าหรือบนเขาหรือในพื้นที่ไหนก็แล้วแต่ตรงนี้เขาได้เรียกว่าการธุดงค์ซึ่งพระส่วนใหญ่ที่ไปปฏิบัติธรรมนอกพื้นที่เขาก็จะทำแบบนี้กันโดยตำนานของพระธุดงค์ตรงนี้เขายังได้บอกเอาไว้อีกว่าได้มีพระธุดงค์รูปหนึ่งได้ทำการธุดงค์ไปถึง

สถานที่แห่งหนึ่งที่ดูเหมือนว่าเป็นพื้นที่ที่ได้อยู่ใต้ตีนเขาที่ได้อยู่ในพื้นที่ป่าลึก ซึ่งในช่วงแรกที่พระธุดงค์ท่านนี้ท่านไม่ได้มองเห็นเหมือนว่าสำนักสงฆ์เลย ซึ่งสถานที่แห่งนี้มันดูเหมือนว่ามันเป็นสถานที่ร้างซึ่งท่านก็ได้มองเห็นว่าท่านก็คงคิดว่ามัอาจจะเป็นวัดร้างที่ไม่มีพระองค์ใดอาศัยอยู่เลย

 

สนับสนุนโดย  entaplay มือถือ

โพสท์ใน ตำนาน | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ตำนานเสือสมิงมีจริงหรือไม่?

สิ่งที่เกิดขึ้นมาโดยฝีมือทางธรรมชาติ

คุณเคยเห็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาเองได้หรือไม่โดยที่ไม่ใช่ฝีมือจากมนุษย์เป็นคนสร้างสิ่งต้องบอกเลยว่ามันได้มีความสวยงามอย่างน่าเหลือเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นมาได้อย่างไรและมันยังได้มีความสวยงามเทียบเท่ากับฝีมือมนุษย์เราอีกด้วยซึ่งมันจะเป็นอย่างไรนั้นได้รับชมกันได้เลย

ทะเลสาบคาราเชย์,รัสเซีย

สำหรับทะเลสาบคาราเชย์นั้นได้ขึ้นชื่อว่าได้มีค่ากัมมันตภาพรังสีที่สูงที่สุดในโลก ซึ่งมันก็ได้เป็นผลมาจากที่มันได้เคยเป็นโรงงานผลิตอาวุธนิวเคลียร์ของสหภาพโซเวียตมาก่อนนั่นเองจากนั้นพวกกากนิวเคลียร์ทั้งหลายก็ถูกนำเอามาทิ้งในทะเลสาบแห่งนี้จนมาถึงในปี1957 ได้เกิดเหตุการณ์ระเบิดภายในโรงงาน

ได้ส่งผลให้สารกัมมันตภาพรังสีได้กระจายออกไปรอบๆทะเลสาบในพื้นที่กว่า23,3301กิโล แน่นอนแล้วว่าใครที่คิดจะเข้าไปยืนใกล้ที่ทะเลสาบแห่งนี้เพียงแค่ระยะเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงมันก็อาจจะทำให้ตัวคุณนั้นเสียชีวิตได้เลยในทันที ซึ่งทะเลสาบแห่งนี้นั้นมันจึงได้ทำให้เชย์เชอเนบิวได้กลายมาเป็นสนามเด็กเล่นสำหรับคราอบครัวก็เลยทีเดียว

สวนใตน้ำ,ออสเตรเลีย

สำหรับในประเทศออสเตรเลียก็ได้มีสวนสาธารณะแห่งหนึ่งที่ได้มีเส้นทางธรรมชาติที่สวยงามใต้ผิวน้ำยังมีไม้นั่งให้คุณนั้นสามารถนั่งพักได้ตามสบายในยามที่ฤดูไม้ร้วงแต่ถ้าหากว่าคุณนั้นได้เข้าไปในช่วงที่ยังได้เป็นฤดูใบไม้ผลิแล้วล่ะก็คุณก็อาจจะพบว่ามันไม่ใช่สวนสาธารณะแบบเดิมอีกต่อไปเพราะว่าสวนสาธารณะแห่งนี้มันจะจมลงไปใต้น้ำจนมันได้กลายมาเป็นสวนสาธารณะที่มันได้อยู่ใต้ทะเล

แต่จะว่าไปแล้วมันก็ยังได้มีความสวยงามอีกแบบหนึ่งเหมือนกันบอกเลยว่าดำน้ำชมสวนที่อยู่ใต้น้ำกันสนุกเลยทีเดียว ส่วนสาเหตุที่มันได้ทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้มันก็เป็นเพราะว่าสวยสาธารณะแห่งนี้มันได้อยู่ใกล้กับเทือกเขาที่มันได้ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะตลอดทั้งช่วงฤดูหนาวและเมื่อหิมะได้ละลายน้ำจากหิมะนั้นมันก็จะไหลลงมาจนมันได้ทำให้สวนแห่งนี้ได้จมลงไปอยู่ใต้ผิวน้ำนั้นเอง

ต้นไม้คู่แห่งคาซอร์โซ,อิตาลี

ในแทบชนบทของแขวนตีเอมอนเตประเทศอิตาลีมันก็ได้มีต้นไม้ที่แปลกประหลาดที่มีไม่เหมือนต้นไหนในโลกเราเพราะว่ามันได้เป็นต้นเชอร์รี่ที่มันได้ไปเติบโตอยู่บนต้มบอลเบอร์รี่ในอีกชั้นหนึ่งสุดยอดไหมล่ะ ซึ่งมันก็ยังไม่มีใครรับรู้ได้เลยว่าต้นเชอร์รี่นั้นมันสามารถขึ้นไปเกิด

อยู่บนต้นไม้อีกต้นไปอย่างไรแต่ชาวบ้านแถวนั้นเขาได้เชื่อกันว่ามันอาจจะเป็นพวกนกที่มันได้คาบเมล็ดพันธุ์ของต้นเชอร์รี่คาบเอามาไว้ที่บนต้นบอลเบอร์รี่จนมันได้อยู่ฝังลงไปจากนั้นมันก็ได้เติบโตขึ้นมาได้อย่างหน้าประหลาด

 

สนับสนุนโดย  entaplay online gambling

โพสท์ใน ตำนาน | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน สิ่งที่เกิดขึ้นมาโดยฝีมือทางธรรมชาติ

ผีจ้างหนังที่หมู่บ้านวังทอง

สำหรับเรื่องของตำนานผีจ้างหนังนั้นเรื่อมันก็ได้มีอยู่ว่าได้มีชายคนหนึ่ง ซึ่งก็มีอายุมากแล้วก็ได้เข้าไปที่บริษัทหนังกลางแปลงแห่งหนึ่ง ซึ่งลูงเขาจะว่าจ้างให้นำเอาหนังเข้าไปฉายให้หน่อยที่หมู่บ้านวังทองและจำนวนเงินที่คุณลุงดังกล่าวได้ว่าจ้างนั้นก็ได้เป็นจำนวนเงินประมาณสี่พันบาทจากนั้นเจ้าของบริษัทก็ได้ขอมัดจำเอาไว้ก่อนประมาณห้าร้อยบาท

จากนั้นทางบริษัทก็ได้จัดเตรียมของเอาไว้เรียบร้อยพร้อมที่จะออกเดินทางนำเอาหนังไปฉายที่หมู่บ้านวังทองจำนวนพนักงานเจ็ดคนพอได้ขับรถยนต์มาถึงที่ป่าคำชะโนดพนักงานก็ได้ลงไปถามทางว่าสถานที่หมู่บ้านวังทองนั่นมันได้ไปทางไหนปรากฏว่าบุคคลที่ได้พอนั้นได้เป็นคนที่ไปติดต่อหนังกลางแปลงให้ไปฉายที่หนังแห่งนั้น

ซึ่งในตอนแรกในระหว่างที่ได้ขับรถเข้าไปเรื่อยๆที่ทำการขับรถบรรทุกก็ได้เริ่มเอะใจแล้วว่าเพราะน่าหมู่บ้านวังทองเขาได้เขียนเอาไว้อย่างชัดเจนและได้เขียนเส้นทางเอาไว้ด้วยแต่ทำไมเส้นทางที่เขาได้พามามันได้กลับไปอีกทางหนึ่งและเส้นทางที่ไปนั้นมันเต็มไปด้วยป่าทึบไปหมดเลย ซึ่งตรงนี้ได้เป็นจุดแรกที่ทำให้พนักงานขับรถเริ่มเกิดความสงสัยแล้ว

แต่คิดไปก็เท่านั้นเพราะว่าเขาได้รับการว่าจ้างงานมาแล้วเขาก็จะต้องทำหน้าที่ของเขาไปและตามข้อมูลเขาได้บอกเอาไว้ว่าพนักงานได้ขับรถจากหมู่บ้านวังทองเข้าไปในพื้นที่แห่งหนึ่งประมาณ3กิโลเมตรก็พบเจอลานกว้างๆที่หนึ่งพนักงานขับรถเขาก็ได้หันไปถามกับคนที่นำทางมาว่าใช่พื้นที่ตรงนี้หรือเปล่าที่จะฉายหนังคนๆนั้นก็เลยตอบกลับมาว่าใช่แล้วคือที่ที่จะให้มาฉายหนังสามารถติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆและฉายหนังได้เลย

ส่วนตัวเขาจะขอไปตามผู้คนในหมู่บ้านให้มาดูหนังก่อนและจะเจอกันในเวลาฉายหนังนั่นก็คือ21.00น.เลยทีเดียวก็อย่างที่บอกไปว่าตรงนี้ก็เริ่มมีใครหลายๆคนเกิดเอะใจแล้วว่าในกลางป่ากลางเขาแบบนี้มันจะมีหมู่บ้านมีคนอาศัยอยู่ได้อย่างไรเส้นทางถนนเส้นทางขับรถมอเตอร์ไซค์หรือแม้แต่เสียงต่างๆที่บ่งบอกถึงการมีอยู่ของหมู่บ้านันกลับไม่มีเลย

หรือแม้แต่บ้านสักหลังทันก็ยังไม่มีเลยพนักงานทั้งห้าคนเขาก็ได้เริ่มติดตั้งอุปกรณ์ฉายหนังต่างๆมาเรื่อยๆจนเสร็จเรียบร้อยดีแล้วปรากฏว่ามันยังเหลือเวลาอยู่อีกนิดหน่อยก่อนที่จะมีหนังมาฉายแต่พนักงานทั้งเจ็ดคนนั้นเขาก็ยังได้เกิดความสงสัยขึ้นมาอีกหนึ่ง

ข้อก็คือทำไมมีการว่าจ้างหนังที่ใหญ่โตขนาดนี้แต่ทำไมถึงไม่มีร้านค้าร้านขายของหรือของกินต่างๆมาตั้งขายเลยแม้แต่ร้านเดียวตรงนี้เขาก็เลยมองไปรอบๆและได้เกิดคำถามขึ้นมาในหลายๆคนแต่สุดท้ายก็ถึงเวลาฉายหนัง21.00น.หนังก็ต้องฉายตามเวลาอยู่ดีพนักงานทั้งห้าคนที่ได้ติดตั้งเขาก็ได้ไปพักอยู่ที่หลังรถเพื่อที่จะนอนเอาแรงมาเก็บของในช่วงที่หลังจากหนังฉายเสร็จ

 

ขอบคุณ  entaplay ดี ไหม  ที่ให้การสนับสนุน

โพสท์ใน ตำนาน | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ผีจ้างหนังที่หมู่บ้านวังทอง

เด็กวัย 6 เดือนท้องเสียมีไข้สูง ช็อกตาคาโรงพยาบาล พ่อแม่ใจสลาย

   ที่จังหวัดนครพนม  มีการพ่อแม่ของเด็กชายคนหนึ่งอายุเพียงแค่ 6 ขวบ ได้ออกมาโพสต์ข้อความต่อว่าโรงพยาบาลนครพนม เนื่องจากพาลูกชายไปรักษาตัวเรื่องอาการท้องเสีย แต่ทางโรงพยาบาลกลับทำให้เด็กเสียชีวิต ซึ่งทางพ่อกับแม่ของเด็กต้องการให้ทางโรงพยาบาลออกมารับผิดชอบกับการสูญเสียของตัวเองในครั้งนี้ ซึ่งนักข่าวได้ไปสอบถามพ่อกับแม่ของเด็กที่เสียชีวิต

ทั้งสองคนเล่าว่า พ่อของเด็กได้ปอกผลไม้ให้เด็กกินและหลังจากกินผลไม้ เด็กก็มีอาการท้องเสีย ในตอนเช้าวันต่อมาจึงได้พาเด็กไปตรวจรักษาที่คลินิกแถวบ้าน ซึ่งหมอก็ได้เตรียมยาและนมสำหรับกินแก้ท้องเสียให้เด็กกลับมากินที่บ้าน แต่อาการของเด็กก็ยังไม่ดีขึ้น

พ่อกับแม่จึงได้พาเด็กไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเมื่อมาถึงโรงพยาบาลขณะที่กำลังทำบัตรให้กับเด็กอยู่นั้น แม่ของเด็กรู้สึกว่าอาการของเด็กไม่ค่อยจะดี จึงได้ไปแจ้งพยาบาล แต่พยาบาลให้รอคิวก่อน ระหว่างนั้น แม่เด็กให้ว่าห้องฉุกเฉินเปิดพอดี จึงได้รีบอุ้มลูกแล้ววิ่งเข้าห้องฉุกเฉินไป ซึ่งทางหมอและพยาบาลก็ได้ช่วยกันดูโดยมีการปิดผ้าม่านไม่ให้พ่อแม่เห็นสักพักหมอก็ออกมาบอกว่า

เด็กเสียชีวิตแล้ว จึงทำให้พ่อกับแม่ไม่เข้าใจว่าทำไมแค่เด็กท้องเสียต้องชีวิตด้วย ที่สำคัญหลังจากที่เด็กตายพ่อกับแม่พบว่าตามร่างกายของลูกมีร่องรอยการแทงเข็มฉีดยาเข้าไปหลายรอย ทำให้อยากให้หมอกับพยาบาลออกมาชี้แจงถึงสาเหตุที่เด็กตายและแค่ท้องเสียทำไมต้องฉีดยา

             ซึ่งทางโรงพยาบาลก็ได้มีการโพสต์ชี้แจงเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า จากประวัติที่ซักถามกับครอบครัวของเด็กก่อนที่จะมีการเข้ามารักษากับโรงพยาบาลพบว่า เด็กมีอาการไปไข้สูง มาแล้วประมาณ 4 วันหลังจากนั้น เด็กก็เริ่มมีอาการถ่ายเหลวและยังอาเจียนอีกวันละหลายหลายรอบ ซึ่งก่อนหน้าที่พ่อแม่เด็กจะพาเด็กมารักษาตัวที่โรงพยาบาลนั้น  เด็กไปรักษาตัวที่คลินิกมาก่อน

และเมื่อพ่อแม่พาเด็กมาถึงที่โรงพยาบาลปรากฏว่า เด็กเริ่มมีอาการชักและเกร็ง จนตาค้างแล้ว เจ้าหน้าที่หมอและพยาบาลจึงต้องช่วยกันทำ ER อีกทั้งยังต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งระหว่างที่ทำการรักษาแพทย์ต้องเจาะเอาเลือดของเด็กไปตรวจ แต่ไม่สามารถเจาะเข้าเส้นเลือดของเด็กได้ เพราะเส้นเลือดของเด็กหดตัวและเด็กก็หัวใจหยุดเต้นซึ่งทางหมอและพยาบาลได้ทำ CPR

แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตเด็กไว้ได้  ซึ่งหมอได้แจ้งแล้วว่าเหตุที่มีรอยเข็มเยอะเพราะต้องการที่เจาะเอาเลือดเด็กไปตรวจเพื่อหาสาเหตุของโรค เพียงแต่พ่อแม่เด็กปล่อยทิ้งเด็กไว้นานเกินไปก่อนที่จะมาโรงพยาบาลจึงทำรักษาไม่ทันและเด็กเสียชีวิต

 

สนับสนุนโดย  ติดต่อ rb88

โพสท์ใน สังคมทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน เด็กวัย 6 เดือนท้องเสียมีไข้สูง ช็อกตาคาโรงพยาบาล พ่อแม่ใจสลาย